นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน และสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงเดินหน้ายื่น 6 ร่างกฎหมายที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่รับรองจากสภาฯ ชุดที่แล้ว ให้กลับเข้าสภาฯ อีกครั้ง ประกอบด้วย ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ร่าง พ.ร.บ.การรายงานการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ, ร่าง พ.ร.บ.โรงงาน, ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่ามรดก คสช., ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร
นายพริษฐ์ กล่าวว่า วันนี้มายืนยันเจตนารมณ์ของพรรคในการยื่นร่างกฎหมาย 6 ฉบับ กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งค้างมาจากสภาชุดที่แล้ว และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏชัดว่า ครม. ไม่มีมติยืนยัน จึงทำให้ร่างกฎหมายทั้ง 6 ฉบับดังกล่าวตกไป ซึ่งพวกตนได้อภิปรายถึงเหตุผลว่าทำไมทั้ง 6 ร่างกฎหมายนี้ควรได้ไปต่อ แต่คำชี้แจงของรัฐบาลยังไม่สมเหตุสมผล
ดังนั้น จึงมาแถลงในวันนี้ เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการนำร่างกฎหมายทั้ง 6 ฉบับ กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภา โดยอาจมีบางร่างที่เป็นการยื่นร่างเดิมกลับเข้าไป และอาจมีบางร่างที่มีการปรับปรุงเนื้อหาเพิ่มเติมเล็กน้อย
สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15/1 ซึ่งเป็นกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลักการของร่างฉบับใหม่ที่พรรคประชาชนจะยื่นเข้าสู่รัฐสภา เป็นไปตามที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เคยแถลงไว้ โดยยึด 3 หลักการ คือ
1. สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยต้นทางคือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ
2. ป้องกันการผูกขาด เพื่อไม่ให้เนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกกำหนดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว เพื่อให้กติกาเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
3. ไม่เพิ่มเงื่อนไขหรืออำนาจพิเศษให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้ามาชี้ขาดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่เพิ่มเงื่อนไขว่า หากรัฐสภาจะให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนจะทำประชามตินั้น จะต้องได้เสียงเกินเท่าไรของ สว.
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีความแตกต่างพอสมควร อย่างน้อยขัดกับ 2-3 หลักการตามที่ตนได้กล่าวไปก่อนหน้า ในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มีกระบวนการที่เปิดให้มีคูหาให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้ และในเรื่องการเพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว.นั้น ในร่างของพรรคภูมิใจไทย ได้มีการกำหนดให้มีการเพิ่มอำนาจวุฒิสภา โดยการบอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะผ่านความเห็นชอบรัฐสภาได้ต้องได้เสียงสนับสนุนจาก สว. อย่างน้อย 1 ใน 4 หรือ 50 คน
"หากเรามีความเชื่อว่า มีกลุ่มการเมืองใด สามารถกุมเสียงได้เกิน 150 สว.ในวุฒิสภา ก็หมายความว่า กลุ่มนั้น จะสามารถชี้ขาดเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ นั่นจึงเป็น 3 หลักการ ที่พรรคประชาชนยึดถือ และมีความแตกต่างจากร่างของพรรคภูมิใจไทย" นายพริษฐ์ กล่าวอย่างไรก็ดี ร่างกฎหมายทั้ง 6 ฉบับ ที่พรรคประชาชนจะเสนอกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยจะนำไปสมทบกับอีกกว่า 30 ร่างกฎหมาย ที่ สส.พรรคประชาชน ชุดก่อนได้เคยเสนอต่อสภาฯ ไว้ก่อนหน้านี้
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีร่างกฎหมายของ สส.พรรคประชาชนหลายฉบับ ที่ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้นแล้ว และหวังว่าการประชุมสภาในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีการประชุม 3 วัน จะมีการจัดสรรเวลาเพื่อพิจารณากฎหมายที่เสนอโดย สส. ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะกฎหมายที่เสนอโดย ครม. เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ประธานสภาฯ เคยแสดงไว้ก่อนเข้ารับตำแหน่ง