น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เสนอ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความรับผิดจากความชำรุดบกพร่องของสินค้าให้มีความชัดเจน สอดคล้องกับสภาพการซื้อขายในปัจจุบัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิของผู้ซื้อและผู้ขาย ลดข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อขายสินค้า
โดยปัจจุบัน บทบัญญัติเรื่องความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ยังมีรายละเอียดไม่เพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกรณีสินค้าที่ไม่สามารถตรวจพบความชำรุดบกพร่องได้ในขณะซื้อ-ขาย หรือส่งมอบ ร่างกฎหมายฉบับนี้ จึงกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของความชำรุดบกพร่อง สิทธิของผู้ซื้อ และผู้ขาย รวมถึงความรับผิดของผู้ขายตามประเภทของสินค้า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมาย ได้แก่ การกำหนดให้กฎหมายใช้บังคับกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อ และผู้ขายสินค้าทั่วไป ทั้งในรูปแบบผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) และผู้ประกอบธุรกิจกับผู้ประกอบธุรกิจ (B2B) รวมถึงสัญญาเช่าซื้อ การจัดไฟแนนซ์ และสัญญาแลกเปลี่ยนสินค้า โดยไม่ใช้บังคับกับสินค้ามือสอง สัตว์มีชีวิต และสินค้าบางประเภทที่กำหนดในกฎกระทรวง
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนด "บทสันนิษฐานความชำรุดบกพร่อง" เพื่อช่วยคุ้มครองผู้ซื้อ โดยหากสินค้าปรากฏความชำรุดบกพร่องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้านั้น มีความชำรุดบกพร่องตั้งแต่เวลาส่งมอบสินค้า ได้แก่ สินค้าทั่วไปภายใน 6 เดือน รถยนต์ภายใน 1 ปี และรถจักรยานยนต์ภายใน 6 เดือนนับจากวันส่งมอบ
ส่วนสิทธิของผู้ซื้อ ร่างกฎหมายกำหนดให้สามารถเรียกร้องให้ผู้ขายรับผิดได้อย่างชัดเจน เช่น กรณีสินค้าทั่วไปที่มีความชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญ ผู้ซื้อสามารถขอเปลี่ยนสินค้าได้ และหากผู้ขายไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา ส่วนกรณีความชำรุดบกพร่องที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกร้องให้ซ่อมแซม ขอให้ลดราคา หรือเลิกสัญญาได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ในกรณีรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ร่างกฎหมายกำหนดมาตรการคุ้มครองเฉพาะเพิ่มเติม โดยหากพบความชำรุดบกพร่องที่กระทบต่อความปลอดภัย และไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ผู้ซื้อมีสิทธิขอเปลี่ยนรถคันใหม่ หรือเลิกสัญญาได้ รวมทั้งกำหนดให้ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย หรือจัดหาประโยชน์ทดแทนระหว่างการซ่อมแซมด้วย
ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์ หากพบความชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญภายใน 14 วันนับแต่วันรับมอบสินค้า ผู้ซื้อมีสิทธิขอเปลี่ยนสินค้าได้ทันที และหากผู้ขายไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ ผู้ซื้อสามารถเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายได้
น.ส.ลลิดา กล่าวด้วยว่า ร่างกฎหมายยังเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถเรียกค่าเสียหาย และค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และสมควรเพิ่มเติมได้ และกำหนดอายุความในการใช้สิทธิเรียกร้อง โดยสินค้าทั่วไปมีอายุความ 1 ปี ส่วนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ซื้อพบความชำรุดบกพร่อง หรือวันที่ผู้ขายยอมรับที่จะดำเนินการแก้ไข
"รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค และการสร้างมาตรฐานความรับผิดชอบในการประกอบธุรกิจ ร่างกฎหมายฉบับนี้ จะช่วยให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมมากขึ้นเมื่อซื้อสินค้า ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ลดข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว" น.ส.ลลิดา กล่าว