ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ข่าวการเมือง Monday April 20, 2015 18:28 —มติคณะรัฐมนตรี

เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ)

คณะรัฐมนตรีมีมติพิจารณาอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ) ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้

กค. เสนอว่า

1. เพื่อเป็นการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงเห็นควรกำหนดมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนสำหรับกิจการที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ตามที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษกำหนด โดยกำหนดให้มีการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากร้อยละ 20 เหลือร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิเป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งมาตรการนี้จะเป็นการช่วยกระจายความเจริญและเพิ่มรายได้ให้แก่ท้องถิ่น และลดปัญหาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเคลื่อนย้ายเข้าสู่พื้นที่ส่วนกลาง

2. การดำเนินการตามมาตรการภาษีดังกล่าวคาดว่าจะมีผลกระทบ ดังนี้

2.1 เป็นการส่งเสริมให้มีการลงทุนในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยกระจายความเจริญและเพิ่มรายได้ให้แก่ท้องถิ่น และลดปัญหาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเคลื่อนย้ายเข้าสู่พื้นที่ส่วนกลาง

2.2 ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และเป็นการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมอื่น ๆ

2.3 การลดอัตราภาษีข้างต้น จะไม่ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ เนื่องจากเป็นการให้สิทธิประโยชน์สำหรับกิจการที่ตั้งใหม่หรือส่วนขยายของกิจการ

สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา

1. กำหนดคำนิยามคำว่า “การผลิตสินค้า” “บริการ” “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” เพื่อให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น

2. กำหนดให้มีการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยให้จัดเก็บในอัตราร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ สำหรับกิจการที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังกฎหมายมีผลใช้บังคับหรือการขยายอาคารถาวรที่ใช้ในการประกอบกิจการ และมีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินค้าเพื่อทดแทนการนำเข้าการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกเป็นหลัก และการผลิตสินค้าที่มีแนวโน้มจะสูญเสียการแข่งขันในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือรายได้ที่เกิดจากการให้บริการและมีการใช้บริการนั้นในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน

3. กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะได้รับสิทธิในการลดอัตราภาษีเงินได้จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

3.1 ได้จดแจ้งการขอใช้สิทธิการเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษก่อนหรือในปี พ.ศ. 2560

3.2 ต้องไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

3.3 ต้องไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั้งนี้ ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 530) พ.ศ. 2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

3.4 ต้องจัดทำบัญชีแยกรายการสำหรับกิจการที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและกิจการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษออกจากกัน

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 20 เมษายน 2558--


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ