ทำเนียบรัฐบาล--10 ส.ค.--บิสนิวส์
คณะรัฐมนตรีพิจารณาเกี่ยวกับความคืบหน้ามาตรการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปีงบประมาณ 2542 ประจำเดือนกรกฎาคม 2542 ตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสาวิตต์ โพธิวิหค) เสนอ โดยมาตรการมีความคืบหน้าและเริ่มเห็นผลสำเร็จโดยเฉพาะในด้านการจ้างงาน ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1. ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ คือ
1) สำนักงบประมาณ ได้อนุมัติวงเงินค่าใช้จ่ายให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ไปแล้ว 46,827.02 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 87.35 ของวงเงินโครงการ และได้มีการเบิกจ่ายเงินจากกรมบัญชีกลางไปแล้ว 23,830.90 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 50.89 ของวงเงินที่สำนักงบประมาณอนุมัติ
2) จากรายงานที่กำหนดให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่จะต้องรายงานความก้าวหน้าเป็นประจำนั้น ได้พบว่ามีการจ้างงานรวมทั้งสิ้น 411,822 คน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงโครงการที่มีการจ้างเหมา อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังมีรายงานเข้ามาน้อย เพียงร้อยละ 32.5 ของโครงการที่ได้รับอนุมัติทั้งหมด สาเหตุที่มีข้อมูลรายงานเข้ามาน้อยเนื่องจากอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการจัดทำรายงาน และมีโครงการย่อย กระจายตัวอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก คาดว่าจะสามารถรายงานภาพรวมของมาตรการที่เห็นผลชัดเจนได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้
3) เพื่อสนับสนุนการเร่งรัดการดำเนินงาน/โครงการของหน่วยงานต่าง ๆ คณะกรรมการบริหารจัดการฯ ได้มีมติให้อำนาจหัวหน้าหน่วยราชการโอนเงินหมวดค่าตอบแทน ใช้สอยวัสดุ และการเพิ่มวงเงินครุภัณฑ์หรือที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้าง ตลอดจนการแก้ไขแบบแปลนและรายการก่อสร้าง รวมทั้งแนวทางการดำเนินงานในส่วนของเงินเหลือจ่าย
2. คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กระทรวงที่มีการเบิกจ่ายต่ำ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม และการเคหะแห่งชาติ เร่งรัดการดำเนินงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบงาน/โครงการที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายเงินรวม 69 โครงการ เร่งดำเนินงานเป็นไปตามแผนโดยเร็ว
3. คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง
1) เร่งรัดติดตามให้หน่วยงานดำเนินการเบิกจ่ายและรายงานผลความก้าวหน้าของงาน/โครงการภายในช่วงเวลาที่กำหนด
2) ให้ความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลแก่บริษัทที่ปรึกษาคือ บริษัทไทยเรตติ้งแอนด์อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิส จำกัด (ทริส) ตลอดจนการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยระบบ on - line เพื่อประโยชน์ในการจัดทำข้อมูลเสนอคณะรัฐมนตรีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
3) ให้หน่วยงานในส่วนภูมิภาคร่วมมือในการให้ข้อมูลแก่สถาบันราชภัฏทั้ง 31 แห่ง ที่ทำหน้าที่ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน/โครงการในระดับพื้นที่
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ชุดนายชวน หลีกภัย)--วันที่ 10 สิงหาคม 2542--
คณะรัฐมนตรีพิจารณาเกี่ยวกับความคืบหน้ามาตรการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปีงบประมาณ 2542 ประจำเดือนกรกฎาคม 2542 ตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสาวิตต์ โพธิวิหค) เสนอ โดยมาตรการมีความคืบหน้าและเริ่มเห็นผลสำเร็จโดยเฉพาะในด้านการจ้างงาน ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1. ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ คือ
1) สำนักงบประมาณ ได้อนุมัติวงเงินค่าใช้จ่ายให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ไปแล้ว 46,827.02 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 87.35 ของวงเงินโครงการ และได้มีการเบิกจ่ายเงินจากกรมบัญชีกลางไปแล้ว 23,830.90 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 50.89 ของวงเงินที่สำนักงบประมาณอนุมัติ
2) จากรายงานที่กำหนดให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่จะต้องรายงานความก้าวหน้าเป็นประจำนั้น ได้พบว่ามีการจ้างงานรวมทั้งสิ้น 411,822 คน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงโครงการที่มีการจ้างเหมา อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังมีรายงานเข้ามาน้อย เพียงร้อยละ 32.5 ของโครงการที่ได้รับอนุมัติทั้งหมด สาเหตุที่มีข้อมูลรายงานเข้ามาน้อยเนื่องจากอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการจัดทำรายงาน และมีโครงการย่อย กระจายตัวอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก คาดว่าจะสามารถรายงานภาพรวมของมาตรการที่เห็นผลชัดเจนได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้
3) เพื่อสนับสนุนการเร่งรัดการดำเนินงาน/โครงการของหน่วยงานต่าง ๆ คณะกรรมการบริหารจัดการฯ ได้มีมติให้อำนาจหัวหน้าหน่วยราชการโอนเงินหมวดค่าตอบแทน ใช้สอยวัสดุ และการเพิ่มวงเงินครุภัณฑ์หรือที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้าง ตลอดจนการแก้ไขแบบแปลนและรายการก่อสร้าง รวมทั้งแนวทางการดำเนินงานในส่วนของเงินเหลือจ่าย
2. คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กระทรวงที่มีการเบิกจ่ายต่ำ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม และการเคหะแห่งชาติ เร่งรัดการดำเนินงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบงาน/โครงการที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายเงินรวม 69 โครงการ เร่งดำเนินงานเป็นไปตามแผนโดยเร็ว
3. คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง
1) เร่งรัดติดตามให้หน่วยงานดำเนินการเบิกจ่ายและรายงานผลความก้าวหน้าของงาน/โครงการภายในช่วงเวลาที่กำหนด
2) ให้ความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลแก่บริษัทที่ปรึกษาคือ บริษัทไทยเรตติ้งแอนด์อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิส จำกัด (ทริส) ตลอดจนการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยระบบ on - line เพื่อประโยชน์ในการจัดทำข้อมูลเสนอคณะรัฐมนตรีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
3) ให้หน่วยงานในส่วนภูมิภาคร่วมมือในการให้ข้อมูลแก่สถาบันราชภัฏทั้ง 31 แห่ง ที่ทำหน้าที่ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน/โครงการในระดับพื้นที่
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ชุดนายชวน หลีกภัย)--วันที่ 10 สิงหาคม 2542--