ร่างพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ข่าวการเมือง Tuesday December 19, 2017 17:30 —มติคณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตช.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้

ตช. เสนอว่า

1. พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ได้กำหนดให้โรงพยาบาลตำรวจมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านการแพทย์ของ ตช. งานวิเคราะห์วิจัยทางการแพทย์ งานนิติเวช การชันสูตรพลิกศพ การตรวจพิสูจน์และค้นคว้าหาหลักฐานซึ่งเกี่ยวกับหลักวิชาแพทย์ และนิติเวชศาสตร์ในบุคคลที่มีชีวิต ศพ เศษหรือส่วนของศพ ผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการพยาบาล การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรทางการสาธารณสุขของ ตช. ตลอดจนปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรและระบบการเรียนการสอน ให้การรักษาพยาบาลข้าราชการตำรวจ พนักงานราชการ และลูกจ้างใน ตช. รวมทั้งบุคคลในครอบครัว และประชาชน

2. ปัจจุบันโรงพยาบาลตำรวจเป็นโรงพยาบาลตติยภูมิ ขนาด 600 เตียง ให้บริการผู้ป่วย 7 สาขาหลัก (ได้แก่ อายุรกรรม ศัลยกรรม ออร์โธปิดิกส์ สูตินรีเวชกรรม กุมารเวชกรรม ตา และ หู คอ จมูก) ให้การตรวจรักษาผู้ป่วยนอก เฉลี่ย 550,000 ครั้งต่อปี และผู้ป่วยในเฉลี่ย 20,000 ครั้งต่อปี มีศักยภาพทางการรักษาพยาบาลและบริการสุขภาพ มีขีดความสามารถในการสนับสนุนการศึกษาเพื่อผลิตบุคลากรทางการแพทย์ โดยเป็นสถาบันร่วมผลิตและฝึกอบรมแพทย์ฝึกหัด นักศึกษาแพทย์เวชปฏิบัติ และแพทย์ประจำบ้านจากแพทยสภา ตลอดจนเป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาแพทย์ชั้นปี 6 ของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบกับนายกรัฐมนตรีมีบัญชาเห็นชอบ ให้โรงพยาบาลตำรวจพิจารณาให้การสนับสนุนภารกิจของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ด้านการจัดการศึกษาทางการแพทย์ต่อไป

3. ดังนั้น สมควรกำหนดให้โรงพยาบาลตำรวจมีอำนาจหน้าที่ในการสนับสนุนการศึกษาเพื่อผลิตบุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรทางสาธารณสุขของหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งเป็นการสนับสนุนภารกิจทางด้านการแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ ตลอดจนเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการผลิตแพทย์ให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ ลดปัญหาการขาดแคลนแพทย์ และแก้ไขปัญหาการกระจายแพทย์ตามภูมิภาค ทั้งนี้ ไม่มีการกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจเพิ่มขึ้น จึงไม่กระทบต่อจำนวนตำแหน่งในภาพรวมของ ตช. อย่างไรก็ตาม ตช. จะพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการของโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรองรับการแก้ไขอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานดังกล่าว โดยพิจารณารูปแบบ ขนาด อำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน และจำนวนอัตรากำลังที่เหมาะสมเพียงพอกับปริมาณงานและคุณภาพของงาน ความมีประสิทธิภาพและการประหยัด ตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ให้เป็นไปด้วยความรอบคอบ ซึ่งจะเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่น ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต่อไป

สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา

แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 โดยกำหนดให้โรงพยาบาลตำรวจ ตช. มีอำนาจหน้าที่ในการสนับสนุนการศึกษาเพื่อผลิตบุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรทางสาธารณสุขของหน่วยงานอื่น ๆ

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 19 ธันวาคม 2560--


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ