มาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก ปี 2562 ของกระทรวงการคลัง

ข่าวการเมือง 8 มกราคม พ.ศ. 2562 18:43 น. —มติคณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบมาตรการทางด้านภาษีรวม 2 มาตรการ และมาตรการทางด้านการเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึกของ SFIs ทั้ง 7 แห่ง รวมจำนวน 19 มาตรการ และเห็นชอบมาตรการทางด้านภาษี รวม 2 มาตรการ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะรายงานผลความคืบหน้าให้คณะรัฐมนตรีทราบเป็นระยะต่อไป 1. มาตรการทางด้านภาษี 2. มาตรการทางด้านการเงินของ SFIs --ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 8 มกราคม 2562--

สาระสำคัญของเรื่อง
กระทรวงการคลังเสนอมาตรการทางด้านภาษีและมาตรการทางด้านการเงินผ่าน SFIs ดังนี้

             1.1 มาตรการหักลดหย่อนภาษีสำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
                 การบริจาคให้กับผู้ประสบอุทกภัยผ่านหน่วยงานส่วนราชการ องค์การของรัฐบาล องค์การหรือสถานสาธารณกุศล เช่น กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น หรือผ่านเอกชนที่เป็นตัวแทนรับบริจาคที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมสรรพากรเพื่อนำไปบริจาคต่อให้กับผู้ประสบภัย สามารถนำมาหักลดหย่อนทางภาษี ดังนี้
                 - บุคคลธรรมดา สามารถนำเงินที่บริจาคไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิ
                 - บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ
             1.2 มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับบริจาค
                 ผู้ประสบอุทกภัยที่ได้รับบริจาค ให้ได้รับการยกเว้น โดยไม่ต้องนำ 1) จำนวนเงินชดเชยจากรัฐบาล และ 2) จำนวนหรือทรัพย์สินที่ได้รับบริจาคนอกเหนือจากเงินชดเชยจากรัฐบาล มาคำนวณเป็นเงินได้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่ามูลค่าความเสียหายที่ได้รับ
                 ทั้งนี้ มาตรการ 1.1 และ 1.2 ข้างต้น ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมาวลรัษฎร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 527) พ.ศ. 2554
             1.3 มาตรการยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ที่ราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ที่ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก
                 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับบุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ประกอบติดตั้งในลักษณะถาวรกับตัวอาคารหรือในที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคาร หรือการซ่อมแซมห้องชุดในอาคารชุดหรือทรัพย์สินที่ประกอบติดตั้งในลักษณะถาวรกับห้องชุดในอาคารชุด และจ่ายระหว่างวันที่ 3 มกราคม 2562 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2562 ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 1 แสนบาท สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพายุโซนร้อนปาบึก
             1.4 มาตรการยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถในพื้นที่ที่ราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ที่ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก
                 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับบุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกหรืออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถ และจ่ายระหว่างวันที่ 3 มกราคม 2562 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2562 ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 3 หมื่นบาท สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพายุโซนร้อนปาบึก
                 ทั้งนี้ มาตรการ 1.3 และ 1.4 สามารถดำเนินการได้โดยการออกกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร จำนวน 1 ฉบับ
                 อนึ่ง การดำเนินมาตรการฯ ตามข้อ 3 เข้าข่ายลักษณะของกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามบทบัญญัติในมาตรา 27 และเข้าข่ายการเสนอยกเว้นหรือลดภาษีอากรตามบทบัญญัติในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 (พ.ร.บ วินัยการเงินการคลังฯ) และประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ เรื่องการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการที่ก่อให้เกิดภาระต่องบประมาณหรือภาระทางการคลังในอนาคต พ.ศ. 2561 โดย สศค. ได้จัดทำรายละเอียดข้อมูลที่ต้องนำเสนอตามบทบัญญัติในมาตรา 27 และ 32 เรียบร้อยแล้ว

             SFIs 7 แห่ง ได้แก่ 1) ธนาคารออมสิน 2) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 3) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) 4) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) 5) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) 6) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) และ 7) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มีมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก รวมจำนวน 19 มาตรการ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
             2.1 ธนาคารออมสิน จำนวน 1 มาตรการ ได้แก่ มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับบุคคลที่มีที่พักอาศัยหรือสถานประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหรือรายได้ลดลงสามารถพักชำระหนี้ได้ จะได้รับการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 เดือน
             2.2 ธ.ก.ส. จำนวน 2 มาตรการ ได้แก่
                 2.2.1 มาตรการขยายระยะเวลาชำระหนี้ กรณีที่เกษตรกรได้รับความเสียหายด้านการผลิตและส่งผลกระทบต่อรายได้ ธ.ก.ส. จะพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามความหนักเบาของผู้ประสบภัยทุกราย
                 2.2.2 มาตรการสินเชื่อ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและฟื้นฟูการประกอบอาชีพ
             2.3 ธอส. จำวนวน 6 มาตรการ ได้แก่
                 2.3.1 มาตรการลดอัตราดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย จะสามารถขอลดอัตราดอกเบี้ยได้ โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี เป็นระยะเวลา 4 เดือน
                 2.3.2 มาตรการให้สินเชื่อ สำหรับลูกค้าใหม่หรือลูกหนี้ของ ธอส. ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย สามารถขอกู้เพิ่มเติมหรือกู้ใหม่เพื่อซ่อมแซม หรือทดแทนอาคารเดิมได้ โดยมีวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี
                 2.3.3 มาตรการประนอมหนี้ สำหรับลูกหนี้ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย และกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ จะสามารถขอประนอมหนี้ได้ โดยมีระยะเวลาประนอมหนี้ไม่เกิน 1 ปี 4 เดือน โดย 4 เดือนแรกอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี และเดือนที่ 5 – 16 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี
                 2.3.4 มาตรการประนอมหนี้ สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ สามารถขอประนอมหนี้ได้ โดยมีระยะเวลาประนอมหนี้ไม่เกิน 1 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี
                 2.3.5 มาตรการช่วยเหลือกรณีลูกหนี้เสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวร จะคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี ตลอดอายุสัญญา
                 2.3.6. มาตรการช่วยเหลือกรณีที่อยู่อาศัยของลูกหนี้ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ให้ปลอดหนี้ในส่วนของอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น
             2.4 ธพว. จำนวน 2 มาตรการ ได้แก่
                 2.4.1 มาตรการพักชำระหนี้ พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) เป็นระยะเวลา 6 เดือน และพักชำระหนี้ดอกเบี้ยสำหรับสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note : P/N) ได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน
                 2.4.2 มาตรการวงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้ลูกค้าที่ได้รับความเสียหายมีเงินทุนไปฟื้นฟูและหมุนเวียนในกิจการ วงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี โดยปลอดชำระคืนเงินต้น (Grace Period) ไม่เกิน 1 ปีแรก และคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.415 ต่อเดือน ตลอดอายุสัญญา ทั้งนี้ลูกหนี้สามารถให้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อได้
             2.5 ธอท. จำนวน 3 มาตรการ ได้แก่
                 2.5.1 มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับบุคคลที่มีที่พักอาศัยหรือสถานประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย โดยพักชำระหนี้เงินต้นและกำไรเป็นระยะเวลา 3 เดือน และพักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 36 เดือน
                 2.5.2 มาตรการให้วงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม สำหรับบุคคลที่มีที่พักอาศัยหรือสถานประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย โดยมีวงเงินเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือตามความจำเป็น อัตรากำไรร้อยละ SPRR – 3.5 ต่อปี หรือ SPRL – 2.75 ต่อปี ระยะเวลา 5 ปี และยกเว้นค่าการประเมินราคาหลักประกันและจดจำนอง
                 2.5.3 โครงการสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อพี่น้องมุสลิมเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยพายุปาบึก สำหรับบุคคลที่มีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัย วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ SPRR – 3.5 ต่อปี ไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องมีหลักประกัน
             2.6 ธสน. จำนวน 3 มาตรการ ได้แก่
                 2.6.1 มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย โดยพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 6 เดือน
                 2.6.2 มาตรการลดอัตราดอกเบี้ย สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย โดยลดอัตราดอกเบี้ยลงร้อยละ 1 ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 – 12 เดือน ซึ่งธนาคารจะพิจารณาตามความรุนแรงหรือผลกระทบที่ลูกค้าได้รับเพื่อเป็นการช่วยเหลือ
                 2.6.3 มาตรการเงินกู้เพื่อซื้อ/ซ่อมแซมเครื่องจักร/อาคารโรงงานที่ได้รับความเสียหาย โดยผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย โดยให้เงินกู้ระยะเวลา 5 ปี ปลอดชำระเงินต้นไม่เกิน 1 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ในปีแรก
             2.7 บสย. จำนวน 2 มาตรการ ได้แก่
                 2.7.1 มาตรการขยายระยะเวลาชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกัน สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมต่ออายุค้ำประกันสินเชื่อ สามารถขอขยายระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันออกไปได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน
                 2.7.2 โครงการค้ำประกันสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises : SMEs) ที่ประสบภัยพิบัติภาคใต้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ โดยร่วมกับธนาคารพันธมิตรที่ร่วมโครงการกับ บสย. โดยวงเงินค้ำประกันสูงสุดไม่เกินรายละ 5 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมการค้ำประกันร้อยละ 0 เป็นระยะเวลาสูงสุด 2 ปี


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ