ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีกรณีการชดเชยส่วนต่างจากการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ข่าวการเมือง 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 17:30 น. —มติคณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 และวันที่ 18 มิถุนายน 2562 ดังนี้

1. เห็นชอบให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 จากเดิมที่กำหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขอทำความตกลงกับ กค. และสำนักงบประมาณ (สงป.) เพื่อปรับลดเงินรายได้นำส่งเข้ารัฐหรือเป็นรายจ่ายเพื่อสังคม (Public Service Account : PSA) ในกรณีส่วนต่างระหว่างต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงกับรายได้จากการขายกระแสไฟฟ้า จำนวน 829 ล้านบาท แก้ไขเป็น ให้กระทรวงพลังงาน (พน.) ขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรืองบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อชดเชยเป็นค่าใช้จ่ายส่วนต่างระหว่างต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงกับรายได้จากการขายกระแสไฟฟ้า จำนวน 829 ล้านบาท ให้แก่ กฟผ. โดยถือปฏิบัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติของมาตรา 27 หรือมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ต่อไป

2. เห็นชอบให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 และวันที่ 18 มิถุนายน 2562 จากเดิมที่กำหนดให้ กฟผ. ขอทำความตกลงกับ กค. และสำนักงบประมาณ (สงป.) เพื่อบันทึกบัญชีเป็นรายจ่ายเพื่อสังคม (PSA) แก้ไขเป็นให้ พน. ขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรืองบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อชดเชยเป็นค่าใช้จ่ายส่วนต่างระหว่างต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงกับรายได้จากการขายกระแสไฟฟ้า ประมาณ 1,200 ล้านบาท ให้แก่ กฟผ. โดยถือปฏิบัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติของมาตรา 27 หรือมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ต่อไป

โดยให้กระทรวงพลังงานเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อชดเชยส่วนต่างระหว่างต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงกับรายได้จากการขายกระแสไฟฟ้า กรอบวงเงิน 2,029,000,000 บาท แทนการปรับลดเงินรายได้นำส่งเข้ารัฐ หรือการบันทึกบัญชีเป็นรายจ่ายเพื่อสังคม (PSA) โดยไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถส่งผ่านไปยังค่าไฟผันแปร (Ft) ที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้เดิม ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ทั้งนี้ ให้กระทรวงพลังงานจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ตามผลการดำเนินการตามมาตรการฯ เพื่อเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสม ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

รวมทั้ง คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 เพิ่มเติมในส่วนที่อนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อชดเชยส่วนต่างดังกล่าวให้กระทรวงพาณิชย์ กรอบวงเงิน 525,000,000 บาท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้เบิกจ่ายงบประมาณให้กับ กฟผ. แล้ว จำนวน 88,089,953.44 บาท โดยแก้ไขเป็นให้กระทรวงพลังงานเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณในส่วนที่เหลือ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณตรงตามภารกิจของหน่วยงานและสอดคล้องกับข้อเสนอของกระทรวงการคลังในครั้งนี้ ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะต้องคำนึงถึงความครอบคลุมงบประมาณ ศักยภาพ และความสามารถในการบริหารจัดการของ กฟผ. ด้วย เพื่อมิให้เป็นภาระต่อภาพรวมของงบประมาณภาครัฐ โดยการดำเนินการภายใต้มาตรการดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถูกต้องครบถ้วน มีความโปร่งใส คุ้มค่า ความประหยัด ไม่ซ้ำซ้อน โดยพิจารณาความเป็นธรรมในสังคม และความรับผิดชอบของหน่วยงานภาครัฐต่อประโยชน์ส่วนรวมที่จะเกิดขึ้น รวมถึงความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ ตลอดจนในโอกาสต่อไป กรณีมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐใดดำเนินโครงการที่รัฐจะต้องรับภาระชดเชยค่าใช้จ่าย หรือมีการสูญเสียรายได้จากการดำเนินการนั้น จะต้องดำเนินการเท่าที่จำเป็น มีความถูกต้องอย่างชัดเจนในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐที่จะส่งผลต่อภาระงบประมาณ หรือภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชน ตามนัยพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

ที่มา: ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ