ข้อเสนอร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....

ข่าวการเมือง Tuesday May 12, 2020 18:52 —มติคณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณเสนอดังนี้

1. รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....

2. เห็นชอบการปรับปรุงข้อเสนอการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ที่นำมาจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... และข้อเสนอร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....

3. มอบหมายให้สำนักงบประมาณนำข้อเสนอร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไปเปิดเผยในเว็บไซต์ของสำนักงบประมาณ (www.bb.go.th) และจัดพิมพ์ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... และเอกสารประกอบ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

สาระสำคัญของเรื่อง

1. การรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....

โดยการรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์สำนักงบประมาณ (www.bb.go.th) เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 21 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2563 มีผู้เข้าชมจำนวน 9,150 ครั้ง มีผู้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วย จำนวน 123 ความคิดเห็น คิดเป็นร้อยละ 1.3 ของจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด ทั้งนี้ สำนักงบประมาณได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐด้วยแล้ว

2. การปรับปรุงข้อเสนอการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

2.1 จากผลการรับฟังความคิดเห็นตามข้อ 1 ประกอบกับผลการตรวจสอบรายละเอียดการโอนงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณ รวมทั้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาให้ความเห็น กรณีงบประมาณของหน่วยงานของรัฐสภา หน่วยงานของศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ องค์การมหาชน หน่วยงานในกำกับของรัฐ ทุนหมุนเวียน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนและได้เบิกจ่ายเงินจากคลังไปเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือเป็นรายได้ของหน่วยรับงบประมาณแล้ว ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกามีข้อสังเกตว่า ถ้าหน่วยงานดังกล่าวสมัครใจส่งคืนเงินที่ได้เบิกจ่ายจากคลังแล้วภายในปีงบประมาณเดียวกันกับปีงบประมาณที่เบิกจ่ายเงินจากคลังในลักษณะของเงินเบิกเกินส่งคืน ก็อาจนำมาจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ได้ ดังนั้น จึงมีข้อจำกัดไม่สามารถโอนงบประมาณที่มิได้เป็นการคืนเงินในลักษณะของการเบิกเกินส่งคืนได้ ในชั้นนี้ สำนักงบประมาณพิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้มีการปรับปรุงข้อเสนอการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 11,942.4021 ล้านบาท จากผลการพิจารณาตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 จำนวน 100,395 ล้านบาท เป็นจำนวน 88,452.5979 ล้นบาท เพื่อไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

2.2 การปรับปรุงข้อเสนอการโอนงบประมาณดังกล่าวมีผลให้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ที่นำมาจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ .... จำแนกตามงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณ (Function) งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ (Agenda) งบประมาณรายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียน และงบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ มีการเปลี่ยนแปลงไปจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563

3. ข้อเสนอร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....

สำนักงบประมาณได้จัดทำข้อเสนอร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ให้เป็นไปตามข้อเสนอการโอนงบประมาณที่ปรับปรุงแล้วตามข้อ 2 โดยในส่วนของงบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐที่นำไปจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ... และงบประมาณที่ได้รับจากการโอนและนำไปตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จะมีผลต่อสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐซึ่งรัฐบาลรับภาระต่องบประมาณรายจ่ายประจำปี และสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นต่องบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่อย่างไรก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวยังอยู่ในกรอบสัดส่วนตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ เรื่อง กำหนดสัดส่วนต่าง ๆ เพื่อเป็นกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 ประกอบกับสำนักงบประมาณได้ขอความร่วมมือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี และได้ปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ให้มีความเหมาะสมตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว

ที่มา: ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 12 พฤษภาคม 2563


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ