ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปและดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศ เดือน มกราคม 2553

ข่าวทั่วไป Tuesday February 2, 2010 14:40 —กรมการค้าภายใน

พาณิชย์ประกาศดัชนีราคาผู้บริโภคเป็นเลขทศนิยม 2 ตำแหน่งเป็นครั้งแรกนับเป็นประเทศที่ 7 ของโลกโดยดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมกราคม 2553 เป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4

กระทรวงพาณิชย์รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคเป็นตัวเลขหลังจุดทศนิยม 2 ตำแหน่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่จัดทำดัชนีราคาผู้บริโภคมากว่า 60 ปี เท่ากับ 106.29 โดยยังคงเป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 แสดงทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยราคาน้ำมันมีทิศทางสูงขึ้น รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ในขณะที่สินค้าในหมวดของใช้ทั่วไปค่อนข้างทรงตัว

เศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม 2553 แสดงการช่วงฟื้นตัวอย่างชัดเจน ตัวเลขการบริโภคในประเทศปรับเพิ่มสูงขึ้นทั้งในส่วนของราคาสินค้า และปริมาณสินค้า สะท้อนความต้องการและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่มากขึ้น ทั้งนี้มาจากปัจจัย 2 ประการ คือ

1. การฟื้นตัวการส่งออก ทำให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงานดีขึ้นมาก อัตราการว่างงานในเดือนพฤศจิกายน 2552 ที่อยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ เป็นต้นมา

2. รายได้ภาคเกษตรกรรมก็ปรับตัวสูงขึ้นจากราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาก จากราคาตลาดโลก

รายละอียดของดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปและดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศเดือนมกราคม 2553 โดยสรุปเป็นดังนี้

จากการสำรวจราคาสินค้าและบริการทั่วประเทศจำนวน 417 รายการครอบคลุม หมวดอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า เคหสถาน การตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล พาหนะ การขนส่งและการสื่อสาร การบันเทิง การอ่าน การศึกษาและการศาสนา ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เพื่อนำมาคำนวณดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ได้ผลดังนี้

1. ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศเดือนมกราคม 2553

ในปี 2550 ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ เท่ากับ 100 และเดือนมกราคม 2553 เท่ากับ 106.29 (เดือน ธันวาคม 2552 คือ 105.7 )

2. การเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศเดือนมกราคม 2553 เมื่อเทียบกับ

2.1 เดือนธันวาคม 2552 สูงขึ้นร้อยละ 0.6

2.2 เดือนมกราคม 2552 สูงขึ้นร้อยละ 4.1

3. ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศเดือนมกราคม 2553 เทียบกับ เดือนธันวาคม 2552 สูงขึ้นร้อยละ 0.6 (เดือนธันวาคม 2552 ลดลงร้อยละ 0.1) เป็นภาวะที่ราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยมีผลกระทบมาจากปัจจัยที่สำคัญ คือ สินค้าในหมวดอาหารสดและสินค้าอุปโภคหลายชนิดราคาปรับตัวสูงขึ้นรวมทั้งราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยภายในประเทศที่ปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สินค้าสำคัญ ๆที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าว เนื้อสุกร ผักและผลไม้ ไก่สด เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาหารสำเร็จรูป ค่าน้ำประปา ยานพาหนะ ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยววกับทำความสะอาด ในขณะที่สินค้าที่มีราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ไข่ไก่ เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์และอุปกรณ์การบันเทิง เป็นต้น

3.1 ดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 0.7 ( เดือนธันวาคม 2552 โดยเฉลี่ยไม่เปลี่ยนแปลง ) สาเหตุสำคัญเนื่องจากราคาอาหารส่วนใหญ่มีการปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าว ร้อยละ 2.6 ( ข้าวสารเจ้าและข้าวสารเหนียว ) เป็นผลจากนโยบายการประกันรายได้ของรัฐบาล เนื้อสุกร ร้อยละ 1.5 ผักและผลไม้ ร้อยละ 3.0 ได้แก่ ผักกาดขาว แตงกวา ผักคะน้า ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว มะนาว ส้มเขียวหวาน มะม่วง เงาะ แตงโม องุ่น ผลผลิตออกสู่ตลาดลดน้อยลง ขณะที่ความต้องการบริโภคยังมีมาก ไก่สด ร้อยละ 2.2 เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ร้อยละ 0.2 ( น้ำอัดลม เครื่องดื่มรสชอกโกแลต ) และอาหารสำเร็จรูป ร้อยละ 0.1 ( ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ) สำหรับสินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ไข่ไก่ ร้อยละ 3.2 มีผลมาจากปริมาณผลผลิตไข่ไก่ล้นตลาด ซึ่งสาเหตุเกิดจากเกษตรกรรายย่อยไม่ปลดแม่ไก่ที่หมดอายุและการระบายไข่ออกจากสต๊อกจำนวนมากของเอกชนผู้ค้ารายใหญ่

3.2 ดัชนีหมวดอื่น ๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 0.5 (เดือนธันวาคม 2552 ลดลงร้อยละ 0.1 ) สาเหตุสำคัญมาจากราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยภายในประเทศที่ปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศสูงขึ้น ร้อยละ 2.0 ค่าน้ำประปา ร้อยละ19.8 เป็นผลจากรัฐบาลได้ปรับลดมาตรการช่วยค่าครองชีพเกี่ยวกับค่าน้ำประปาลงส่งผลให้ประชาชนต้องรับภาระค่าน้ำประปาเพิ่มขึ้น ยานพาหนะ( รถยนต์ ) ร้อยละ 0.1และค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับทำความสะอาด (ยาสีฟัน แชมพูสระผม ครีมนวดผม ผ้าอนามัย น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยารีดผ้า ) สำหรับสินค้าที่มีราคาลดลง ได้แก่ เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ร้อยละ 0.2 ( เบียร์ สุรา )และค่าอุปกรณ์การบันเทิง ร้อยละ 0.3 ( เครื่องรับโทรทัศน์ กล้องถ่ายรูป เครื่องคอมพิวเตอร์ )

4. ถ้าพิจารณาดัชนีเทียบกับเดือนมกราคม 2552 สูงขึ้นร้อยละ 4.1 เป็นอัตราที่สูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 สาเหตุสำคัญมาจากการสูงขึ้นของดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 3.2 ได้รับผลกระทบมาจากดัชนีหมวด ข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง ร้อยละ 8.0 เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ ร้อยละ 3.8 ไข่และผลิตภัณฑ์นม ร้อยละ 3.1 ผักและผลไม้ ร้อยละ 9.4 เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ร้อยละ1.4 เครื่องประกอบอาหาร ร้อยละ1.3 และอาหารสำเร็จรูป ร้อยละ 0.8 รวมทั้งผลกระทบจากดัชนีหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ หมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร ร้อยละ 9.9 (ยานพาหนะและน้ำมันเชื้อเพลิง) หมวดเคหสถาน ร้อยละ 3.9 ( ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปา )หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล ร้อยละ 1.0 (ค่ายาและเวชภัณฑ์ ค่ารักษาพยาบาล ค่าของใช้ส่วนบุคคล)และหมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ร้อยละ 13.5 ( ผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์) อย่างไรก็ตามยังมีดัชนีหมวดอื่น ๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มที่ปรับลดลง คือ หมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า ร้อยละ 3.3 และหมวดการบันเทิง การอ่าน การศึกษาและการศาสนา ร้อยละ 10.3

6. ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศ (คำนวณจากรายการสินค้าและบริการ 300 รายการ) คือ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศที่หักรายการสินค้ากลุ่มอาหารสด และกลุ่มพลังงานจำนวน 117 รายการ คิดเป็นประมาณร้อยละ 24 ของสัดส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศเดือนมกราคม 2553 เท่ากับ 103.03 เมื่อเทียบกับ

6.1 เดือนธันวาคม 2552 สูงขึ้นร้อยละ 0.2

6.2 เดือนมกราคม 2552 สูงขึ้นร้อยละ 0.6

ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศ เดือนมกราคม 2553 เมื่อเทียบกับเดือน ธันวาคม 2552 สูงขึ้นร้อยละ 0.2 ( เดือนธันวาคม 2552 สูงขึ้น ร้อยละ 0.1)โดยมีผลกระทบมาจากราคาสินค้าหลายชนิดปรับตัวทั้งสูงขึ้นและลดลง สินค้าที่มีราคาสูงขึ้น ได้แก่ ค่าน้ำประปา ค่าของใช้ส่วนบุคคลและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับทำความสะอาด ขณะที่สินค้าที่มีราคาลดลง คือ ค่าอุปกรณ์การบันเทิงและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์

7. ผลกระทบของการที่ภาวะเงินเฟ้อเริ่มปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติมี ดังนี้

7.1 ประชาชน

ค่าครองชีพของประชาชนในปี 2552 ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก ถึงแม้ว่าราคาสินค้ากลุ่มอาหารโดยเฉลี่ยจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างมากจากปีที่ผ่านมา ประกอบกับมาตรการช่วยค่าครองชีพของรัฐบาล (6 มาตรการ และค่าเล่าเรียน) ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนลดลง

ด้านการจับจ่ายใช้สอย จากการที่ภาวะเงินเฟ้อเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติจะทำให้ภาวะการจ้างงานเริ่มจะดีขึ้น มีผลให้ประชาชนเริ่มมีความรู้สึกมั่นใจในรายได้ของตนเองมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนกล้าที่จะจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

7.2 ผู้ผลิต

เมื่อดัชนีราคาผู้บริโภคเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติจะทำให้ผู้ผลิตมีแรงจูงใจที่ผลิตสินค้าเข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการจ้างงานหรือเพิ่มชั่วโมงการทำงานมากขึ้น

7.3 รัฐบาล

การที่ดัชนีราคาผู้บริโภคและเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ชี้ให้เห็นการเริ่ม ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รัฐบาลควรถือโอกาสนี้ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลควรดูแลให้การเบิกจ่ายงบประมาณตามนโยบายไทยเข้มแข็งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างลื่นไหล ส่งผลให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไม่สะดุดลงไป

7.4 ธนาคารแห่งประเทศไทย

ในช่วงจังหวะนี้ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับการเกื้อหนุนให้ภาวะเศรษฐกิจมีการเติบโต คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยน่าจะยังคงรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้อยู่ในระดับนี้ไว้

เมื่อภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างมั่นคงแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงจะมีการปรับตัวอัตราดอกเบี้ยขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจต่อไป และคาดว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2553อัตราดอกเบี้ยน่าจะคงที่

--สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กรมการค้าภายใน--

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ