เศรษฐกิจคอสตาริกา แสดงแนวโน้มผลกระทบจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลกลดลง

ข่าวเศรษฐกิจ Monday August 10, 2009 11:15 —กรมส่งเสริมการส่งออก

เมื่อสิ้นเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมานี้ สภาหอการค้าอเมริกันแห่งประเทศคอสตาริกา ได้จัดการสัมมนาเรื่องภาวะเศรษฐกิจของคอสตาริกา โดยธนาคารแห่งชาติของคอสตาริกา ได้รายงานว่า เศรษฐกิจของคอสต้าริกาเริ่มแสดงภาวะฟื้นฟูจากผลกระทบของวิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลก โดยผลผลิตชาติได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 เมื่อเดือนกรกฏาคม และภาวะเงินเฟ้อได้ลดลง ถึงแม้ว่าภาวะของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะยังคงซบเซาอยู่

ปัจจัยที่จะช่วยให้เศรษฐกิจคอสตาริกาดีขึ้นในปีนี้ ได้แก่

การเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกรคม ของความตกลง The Dominican Republic-Central America Free-Trade Agreement (DR-CAFTA) ซึ่งมีเงื่อนไขการเปิดเสรีภาคการสื่อสารและภาคอุตสาหกรรมการประกัน จะเป็นแรงชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศ

แผนการกระต้นเศรษฐกิจ Plan Escudo ที่ได้เริ่มเมื่อเดือนมิถุนายน รวมทั้งมาตรการประกันสังคมที่ได้เริ่มใหม่

และโครงการลงทุนเพื่อการพัฒนาเมืองท่า Limn ซึ่งได้รับเงินลงทุนจำนวน $80 ล้านเหรียญฯ จะช่วยกระตุ้นการก่อสร้างต่อเนื่องและย่อมมีผลในการสร้างงานเพิ่มในระยะ 2-3 เดือนข้างหน้า

วิกฤตการณ์ทางการเมืองประเทศฮอนดูรัส

วิกฤตการณ์ทางการเมืองของประเทศฮอนดูรัส ที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2552 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมืองในกลุ่มประเทศอเมริกากลาง และอาจเป็นปัจจัยบั่นทอนความเชื่อมั่นในความมั่นคงของการเจริญเติบโดทางเศรษฐกิจสำหรับกลุ่มประเทศอเมริกากลาง ทั้งนี้ การปะทะกำลังกันระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีเซลายา Mr.Zelaya กับฝ่ายที่คัดค้าน อาจจะขยายผลเป็นสงครามกลางเมืองได้อย่างง่ายดายและย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องเลือกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

รัฐบาลของนายเซลายา Zelaya เดิมมีกำหนดจะหมดวาระในเดือนตุลาคม 2552 นี้ แต่นายเซลายาด้พยายามที่จะดำเนินการให้มีการทำประชามติเพี่อแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศ เพื่อต่ออายุการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวกำหนดให้ดำรงตำแหน่งได้ครั้งละสมัย ซึ่งศาลสูงสุดของประเทศได้มีลงมติว่า การดำเนินการดังกล่าวขัดกับรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ และเมื่อนายเซลายาได้ยืนยันให้มีการทำประชามติ กลุ่มผู้นำทางทหารของฮอนดูรัสจึงดำเนินการบุกทำเนียบจับส่งประธานาธิบดีดังลก่าวออกนอกประเทศและได้สั่งห้ามไม่ให้เดินทางกลับประเทศ อกจากนี้แล้ว นอกจากแล้ว กลุ่มที่เข้ามายึดอำนาจจากประธานาธิบดีมีความวิตกว่า ได้เข้าไปฝักใฝ่ฝ่ายซ้ายและสร้างความสัมพันธ์อันแนบแน่กับประธานาธิบดีชาเวสของเวเนซุเอลล่า ซึ่งมีนโยบายปกป้องประเทศตะวันตก โดยเฉพาะจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งยังสามารถต่ออายุของประธานาธิบดีได้ไม่สิ้นสุด และมีอำนาจเหนือระบอบประชาธิปไตยทั่วไป อย่างที่เป็นอยู่ในประเทศเวเนซุเอลล่า

อย่างไรก็ตาม ประเทศต่างๆ ได้ประนามการกระทำดังกล่าว เสมือนการทำรัฐประหาร และการขับไล่นายเซลายาออกนอกประเทศ ซึ่งควรจะได้กลับประเทศฮอนดูรัสเพื่อดำรงตำแหน่งให้ครบวาระเสียก่อน องค์กรสหประชาชาติได้ลงมติเมื่อวันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน 2552 ประนามการกระทำดังลกล่าว และต่อมานายเซลายาก็ได้เดินทางไปเยี่ยมประเทศเพื่อนบ้านต่าง ๆ เพื่อขอการสนับสนุนในฐานะของตน ประเทศที่ได้แสดงการประท้วงอย่างชัดเจนได้แก่ สหรัฐฯ ซึ่งได้ยกเลิกความช่วยเหลือทางการทหาร และประเทศสเปนและฝรั่งเศส ซึ่งได้ถอนทูตออกจากประเทศฮอนดูรัสไปแล้ว

ประธานาธิบดีของคอสตาริกา นายออสก้า อาริอัส scar Arias ซึ่งเป็นบุคคลที่เคยได้รับรางวัลโนเบลในสาขาสันติภาพ ได้พยายามไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างทั้งสองฝ่าย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และการประชุมผู้นำ Tuxtla Summit ของสามประเทศ ประกอบด้วย เม็กซิโก คอสตาริกา และกัวเตมาลา ได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนให้นายเซลายา ได้กลับประเทศของตนเอง

วิกฤตการณ์ทางการเมืองดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการลงทุนด้านการท่องเที่ยวในฮอนดูรัสโดยทันที เป็นเหตุให้เงินลงทุนในภาคนี้หยุดชะงัก มีการถอนทุน โดยนักธุรกิจต่างชาติกลัวว่าจะมีการลดค่าเงินสกุลท้องถิ่น แต่ก็มีกลุ่มนักธุรกิจที่แสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาลที่ได้แต่งตั้งขึ้นชั่วคราว ว่าเป็นการป้องกันอิสระภาพของประเทศไปด้วย โดยกล่าวว่ากลุ่มธุรกิจต่าง ๆ สามารถทน การคว่ำบาตรจากต่างประเทศได้ถึง 3-4 เดือน เพื่อให้ถึงวาระการเลือกตั้งครั้งใหม่ในเดือนตุลาคม 2552 ที่จะเกิดขึ้น

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเม็กซิโก

ที่มา: http://www.depthai.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ