สถานการณ์ดอกกล้วยไม้และไม้ตัดดอกในประเทศสรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ข่าวเศรษฐกิจ Monday September 7, 2009 15:57 —กรมส่งเสริมการส่งออก

สถานการณ์ทั่วไปของไม้ตัดดอก:

ประชากรของประเทศยูเออีมีทั้งสิ้นประมาณ 5.2 ล้านคน ภูมิอากาศแห้งแล้งแบบทะเลทรายและอากาศร้อนเกือบทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ย 20-45 องศาเซลเซียส

ดอกไม้สดนิยมใช้ประดับตกแต่งในโรงแรม สำนักงาน ใช้เป็นของขวัญอวยพร ซึ่งนิยมจัดเป็นช่อจัดในแจกัน ส่วนใหญ่ใช้ดอกกุหลาบ ดอกลิลลี่ และดอกเบญจมาศ เป็นต้น

ดอกกล้วยไม้ที่พบเห็นโดยทั่วไป คือ พันธุ์ Dendrobium สีแดงม่วง และสีขาว ใช้สำหรับประกอบตกแต่งร่วมกับดอกไม้อื่นๆ ขณะนี้ดอกกล้วยไม้ไทยต้องแข่งขันกับกล้วยไม้จากเคนย่า อาฟริกาใต้ ที่ส่งออกกล้วยไม้หลากพันธุ์ โดยเฉพาะ Green cymbidium ซึ่งมีความทนทานกับอากาศร้อนได้ดี และเป็นที่นิยมมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดอกกล้วยไม้แหล่งอื่นๆ มาจาก สิงคโปร์ มาเลเซีย และนิวซีแลนด์

นอกจากนี้ยังต้องแข่งกับไม้ตัดดอกประเภทอื่น ๆ โดยเฉพาะดอกเบญจมาศจากเนเธอร์แลนด์ ไต้หวัน มาเลเซีย เกาหลีใต้ และจีน ดอกกุหลาบและลิลลี่จากอินเดีย เนเธอร์แลนด์ เคนย่า เป็นต้น

ไต้หวันส่งออกต้นกล้วยไม้พันธุ์ฟาแลนนอฟซิสหลายสายพันธุ์สำหรับใช้ประดับตกแต่ง และเป็นสินค้าได้รับความนิยมค่อนข้างสูง

ราคาจำหน่ายดอกกล้วยไมพ้นธุ์ Dendrobium สีแดงม่วง สีม่วงขาว และสีขาว จำหน่ายปลีกประมาณก้านละ 80-120 บาทขึ้นไป

เนื่องจากราคาดอกไม้สดมีราคาแพงและมีอายุการใช้งานสั้นผู้คนทั่วไปไม่นิยมซื้อใช้สำหรับประดับตกแต่งบ้านเรือนมากนัก

สถิติการนำเข้าของดูไบ:

รัฐดูไบจัดเก็บสถิติการนำเข้าไม้ตัดดอกภายใต้ HS-CODE: 0603 ไม่แยกเก็บสถิติตาม

ชนิดของดอกไม้

สถิติการนำเข้าไม้ตัดดอกของดูไบปีล่าสุด (2007) พอสรุปได้ดังนี้

Dubai imports Cut flowers & flower buds of a kind suitable for bouquets or for

ornamental purposes, fresh. HS-CODE: 0603

  COUNTRIES                Weight (Kg)       Value (Dirham)         Value (US$)       M.s%
1 Netherlands                867,304           20,984,620            5,749,211        31.9
2 Kenya                    1,059,905           13,973,710            3,828,414        21.2
3 Thailand                   328,198            5,419,886            1,484,900         8.2
4 Ethiopia                   294,911            3,403,270              932,403         5.2
5 Malaysia                   279,288            3,279,013              898,360         5.0
6 S. Africa                  190,819            3,085,147              845,246         4.7
7 New Zealand                 36,329            2,339,284              640,900         3.6
8 India                      177,188            2,162,358              592,427         3.3
9 Saudi Arabia               106,825            2,098,562              574,948         3.2
10 Ecuador                   101,302            1,396,382              382,570         2.1
Subtotal                   3,503,239           59,292,373           16,244,486        90.2
Others                       472,444            6,474,100            1,773,726         9.8
HS-CODE  TOTAL             3,975,683           65,766,473           18,018,212       100.0

ชนิดของดอกไม้:

จากการสำรวจตลาดพบว่าดอกไม้ที่ดูไบนำเข้ามากทั้งปี คือ กุหลาบ เบญจมาศ กล้วยไม้ คาร์เนชั่น และลิลลี่ เป็นต้น

การปลูกในประเทศ:

เมืองอัลเอน (Al Ain) ของรัฐอาบูดาบี เป็นเมืองกสิกรรมปลูกผัก ผลไม้ สำหรับใช้ในประเทศ รวมทั้งส่งออก รวมทั้งปลูกกุหลาบสำหรับส่งออก

ช่องทางการนำเข้าสู่ตลาด :
  • ผู้เข้า ร้อยละ 50
  • ผู้ค้าปลีก ร้อยละ 40
  • อื่น ๆ ร้อยละ 10
ภาษีนำเข้าจากราคา CIF :

ร้อยละ 5 ภาษีมูลเพิ่ม : ไม่มี

เอกสารประกอบการนำเข้า :

Invoice, Certificate of Origin ประทับตรารับรองจากหอการค้าไทยและ Legalize จากสถานทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในประเทศไทย Bill of Lading, Packing List และ Health Certificate หากเป็นสินค้าพืชผักผลไม้สด ดอกไม้สด ต้องมี Phytosanitary Certificate

Dubai Flower centre :

รัฐบาลดูไบจัดตั้ง Dubai Flower centre ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางจำหน่ายและกระจายดอกไม้สดที่นำเข้าทั่วโลก โดยจัดสร้างโกดังเก็บดอกไม้ รวมทั้งระบบขนส่งดอกไม้ที่ทันสมัยสามารถรักษาคุณภาพดอกไม้ได้ดี แต่ไม่ประสบความสำเร็จตรงตามวัตถุประสงค์

ปัจจุบันใช้เป็นจุดรับส่งสินค้าเน่าเสียง่าย เช่น ผักสด ผลไม้สด ดอกไม้สด ไอสครีม และอาหารสดแช่แข็ง เป็นต้น มีโกดังห้องเย็น ห้องแช่แข็งสำหรับเก็บสินค้าก่อนนำส่งออกต่อ (Re-export)

ในบริเวณเดียวกันมีบริษัทนำเข้าดอกไม้สดของดูไบและต่างประเทศเช่าพื้นที่เพื่อเก็บดอกไม้สดที่นำเข้า เพื่อสำหรับขายส่งให้ลูกค้าในประเทศหรือส่งออกต่อไปประเทศใกล้เคียง อีกทั้งมีแผนกจัดดอกไม้ในแจกันสำหรับลูกค้าที่สั่งประจำ เช่น โรงแรม สายการบิน และบริษัท เป็นต้น รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดศึกษาได้จาก www.dubaiflowercentre.com

สรุป แนวโน้ม และลู่ทางการขยายตัว:

1. ยูเออีเป็นตลาดที่มีการแข่งขันในด้านราคาสูง อายุการใช้งานดอกไม้ค่อนข้างสั้น เพราะอากาศร้อนจัดไม่นิยมซื้อใช้สำหรับประดับตกแต่งในบ้านเรือนมากนัก แต่อย่างไรก็ตามดอกไม้สดสำหรับใช้ตกแต่งอาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัยก็ยังความต้องการในยูเออี โดยเฉพาะการใช้ประดับตกแต่งโรงแรมที่มีการเปิดให้บริการจำนวนเพิ่มมากขนึ้

2. ดอกไม้มีรูปปทรงและสีสันที่หลากหลาย ที่สามารถนำไปใช้จัดมีรูปแบบแปลกตาทันสมัยการใช้งานในแจกันนาน ถือเป็นดอกไม้ที่ตีตลาดมีความต้องการ

3. ขณะนี้ดูไบนำเข้าไม้ตัดดอกจากประเทศกลุ่มอาฟริกา เชน่ เคนยา เอธิโอเปีย อาพริกาใต้ ที่มีนักลงทนุ จากประเทศเนเธอร์แลนด์เพาะปลกู ไม้ดอกเมืองหนาวหลายชนิด สามารถผลิตใช้ในประเทศเหล่านี้ได้ตลอดทั้งปี เช่น กุหลาบ เบญจมาศ เยอบีร่า ลิลลี่ กล้วยไม้ และแกลดิโอลัส เป็นต้น อีกทั้งปลูกไม้ผลผลิตที่มี คุณภาพดี เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกมีภูมิอากาศเหมาะสม พื้นที่สูงที่มีอากาศค่อนข้างเย็น และสามารถลดต้นทุนการผลิตได้มาก ทำให้สินค้าสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น

4. ตลาดดอกไม้ได้รั้บผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจเช่น เดียวกัน บริษัทผู้นำเข้าไม้ตัดดอกรายสำคัญในดูไบหลายรายกล่าวว่า ตั้งแตต่น้ ปี 2009 เป็นต้นมาจำนวนการส่งจัดดอกไม้สำหรับใช้ในโรงแรมลดลงกว่า 70% บางรายเคยได้รับคำสั่งซื้อดอกไม้จัดแจกันวันละ 1,000 แจกัน แต่ขณะนี้ลดลงเหลือน้อยกว่า 300 แจกันต่อวัน คาดว่าสถานการณ์จะกระเตื้องขึ้นใขช่วงปลายปี?

5. กล้วยไม้เป็นไม้ดอกเศรษฐกิจที่สร้างรายได้เข้าประเทศหลายพันล้านบาท และด้วยศักยภาพของประเทศไทย และความต้องการของตลาดโลก ยังสามารถที่จะเพิ่มปริมาณมูลค่าการ่สงออกได้อีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นผู้ผลิตกล้วยไม้หรือไม้ตัดดอกเพื่อการส่งออก ควรเน้นการผลติให้มีคุณภาพและมาตรฐานสูงดอกไม้จะต้องมีช่อดอกยาว ดอกสะอาด สีสันสดใส แข็งแรง อายุการใช้งานทนทาน ไม่มีตำหนิ ปลอดภัยจากสารเคมี ปลอดจากศัตรูพืช อีกทั้งการวางแผนการผลิตให้ตรงความต้องการของตลาด เพ่อื ให้สามารถขยายและรกั ษาตลาดให้ได้อย่างต่อเนื่อง และควรมีการพัฒนาให้มีสายพันธุ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างความต้องการในกลุ่มผู้บริโภค

5. กล้วยไม้เป็นไม้ดอกเศรษฐกิจที่สร้างรายได้เข้าประเทศหลายพันล้านบาท และด้วยศักยภาพของประเทศไทย และความต้องการของตลาดโลก ยังสามารถที่จะเพิ่มปริมาณและมูลค่าการส่งออกได้อีกเป็นจำนวนมาก ดังนนั้ ผู้ผลิตกลัวไม้หรอื ไมตั้ดดอกอ่นื เพ่อื การสง่ออก ควรเน้นการผลติให้มีคุณภาพและมาตรฐานสูง ดอกไม้จะต้องมีช่อดอกยาว ดอกสะอาด สีสันสดใส แข็งแรง อายุการใช้งานทนทาน ไม่มีตำหนิ ปลอดภัยจากสารเคมี ปลอดจากศัตรูพืช อีกทั้งการวางแผนการผลิตให้ตรง ความต้องการของตลาด เพื่อให้สามารถขยายและรกั ษาตลาดให้ได้อย่างต่อเนอื่ง และควรมการพัฒนาให้มสียพันธุ์ใหม่ๆ เพื่อร้างความต้องการในกลุ่มบริโภค

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ

ที่มา: http://www.depthai.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ