นายวรวิทย์ ชาญชญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ บริษัท ไทย สมายล์ โบ้ท จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีช่องทางชำระค่าโดยสารที่หลากหลาย ได้แก่ เงินสด การสแกนจ่ายผ่าน QR Code บัตร HOP Card และสิทธิไทยช่วยไทย พลัส ล่าสุดได้เพิ่มช่องทางใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือบัตรฯ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้มากขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายขนส่งพลังงานสะอาด เพื่อสร้างทางเลือกการเดินทางที่สะดวก เข้าถึงได้ และสอดคล้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ การเปิดรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของไทย สมายล์ โบ้ท ยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดของกลุ่มไทยสมายล์ โดยมุ่งให้ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถโดยสารไฟฟ้าไทย สมายล์ บัส และเรือโดยสารไฟฟ้าไทย สมายล์ โบ้ท ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล และสนับสนุนการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับเส้นทางที่รองรับการเดินทาง ประกอบด้วย 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ สายสีเขียว (City Line) เส้นทางสยามเจริญนครพระปิ่นเกล้า, สายสีม่วง (Urban Line) เส้นทางสาทรพระนั่งเกล้า และ สายสีน้ำเงิน (Metro Line) เส้นทางท่าน้ำนนท์วัดวรจรรยาวาส โดยมีอัตราค่าโดยสาร 30 บาทต่อเที่ยว โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ต้องการใช้สิทธิ สามารถแจ้งความประสงค์ต่อพนักงานประจำท่าเรือหรือพนักงานบนเรือ พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน เริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งตรงกับวันแม่แห่งชาติ คาดว่าจะมีประชาชนใช้บริการเพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุด ทั้งเพื่อเดินทางท่องเที่ยว และพบปะครอบครัว
นอกจากนี้ สำหรับผู้โดยสารที่ใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ สิทธิไทยช่วยไทย พลัสครบตามวงเงินแล้ว ยังสามารถเลือกใช้บัตรโดยสาร HOP Card เป็นอีกหนึ่งทางเลือก โดยมีโปรโมชันเดินทางตลอดวันสำหรับการเดินทางด้วยเรือในอัตราสูงสุด 40 บาทต่อวัน หรือการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างเรือและรถโดยสาร ในอัตราสูงสุด 50 บาทต่อวัน ได้เพิ่มเติมด้วย