ภราดร เตรียมคุย เอกนิติ วางแนวทางแก้ปัญหาสภาพคล่อง กยศ. ลดผลกระทบปล่อยกู้ใหม่

ข่าวเศรษฐกิจ Friday September 25, 2026 17:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เตรียมหารือร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ถึงแนวทางในการบริหารจัดการปัญหาของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการขาดสภาพคล่องเพื่อใช้ในการรองรับการปล่อยกู้ให้นักเรียน นักศึกษา ซึ่งพบว่าในปีการศึกษา 2569 มีนักเรียน นักศึกษาเข้าสู่ระบบกว่า 8 หมื่นคน เป็นจำนวนที่สูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา

โดยก่อนหน้านี้ กยศ. เตรียมเสนอขอจัดสรรงบกลางปี 2569 จำนวน 1,200 ล้านบาท เพื่อรองรับการดำเนินการในส่วนนี้ ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่ายังมีงบกลางเหลือเพียงพอที่จะจัดสรรให้ได้ แต่ในรายละเอียดจะต้องมาพิจารณาว่า กยศ. ยังขาดสภาพคล่องอีกมากน้อยแค่ไหน และจะสามารถส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ทันในวันที่ 29 ก.ย. 69 ซึ่งเป็นการประชุม ครม. นัดสุดท้ายของปีงบประมาณ 2569 หรือไม่

งบกลางเป็นงบฉุกเฉิน จำเป็นเร่งด่วน ถ้าในกรณีจำเป็นและบริหารจัดการไม่พอ จำเป็นต้องใช้ ก็สามารถพิจารณาได้ เพราะโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล คือ ไม่ต้องการให้เด็กที่อยู่ในระบบ ต้องออกจากระบบการศึกษาเพราะเขาไม่สามารถกู้เงิน กยศ. ต่อได้ นี่คือโจทย์ใหญ่ จึงต้องดูว่าสุดท้ายแล้ว กยศ. จะบริหารสภาพคล่องได้หรือไม่ โดยเฉพาะในปีงบประมาณ 2569 ที่ต้องมาดูว่า กยศ. ยังขาดสภาพคล่องอีกเท่าไร และในช่วงที่เหลือของเดือน ก.ย. นี้ ก่อนจะขึ้นปีงบประมาณใหม่ กยศ. จำเป็นจะต้องปล่อยกู้ให้กับนักเรียน นักศึกษาอีกเท่าไร ใครสามารถรอได้ และใครต้องใช้ทันที ส่วนในปีงบประมาณ 2570 ที่จะเริ่มในวันที่ 1 ต.ค. นี้ รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ กยศ. จำนวน 9 พันล้านบาท นายภราดร กล่าว

พร้อมระบุว่า จะต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้าง ระเบียบการจัดการ เกณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ ในการปล่อยกู้นักเรียน นักศึกษา รวมถึงปัญหาหลังบ้างของ กยศ. เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปัจจุบันเกณฑ์ในการปล่อยกู้จะเน้นให้แก่หลักสูตรการศึกษาที่มุ่งเป้า และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ขณะเดียวกันต้องมาพิจารณาคุณสมบัติของผู้มีสิทธิกู้ยืม โดยเฉพาะเงื่อนไขของผู้มีรายได้น้อย ที่ต้องมาพิจารณาอย่างรอบคอบว่าแบบใดถึงจะเข้าเกณฑ์การเป็นผู้มีรายได้น้อย ทั้งการกำหนดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ที่เคยได้รับทุนจากกองทุนเพื่ีอความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และครอบครัวที่มีรายได้ไม่เกิน 3.6 แสนบาทต่อปี ต้องได้รับสิทธิในการเข้าถึงระบบการศึกษาได้ก่อน ส่วนรายที่ไม่เข้าเงื่อนไขเหล่านี้ จะไม่สามารถยื่นกู้ได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ

สำหรับปัญหาเรื่องผู้ค้างชำระหนี้ของ กยศ. กว่า 2.6 ล้านราย ในขณะที่มีผู้ชำระหนี้ตามปกติเพียง 1 ล้านรายนั้น นายภราดร กล่าวว่า เป็นอีกเรื่องที่ทาง กยศ. จะต้องไปเร่งหาแนวทางบริหารจัดการในการติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า เนื่องจากอัตราดอกเบี้ย และเบี้ยปรับของ กยศ. อยู่ในระดับต่ำ จึงทำให้ลูกหนี้ไม่รักษาวินัยทางการเงินนั้น นายภราดร ระบุว่า โดยปกติทั่วไปคนมีหนี้หลายก้อน ก็มักจะเลือกจ่ายหนี้ที่คิดดอกเบี้ยสูงก่อนเสมอ ส่วนจะมีการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและเบี้ยปรับของ กยศ. อีกหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ดี เนื่องจากเมื่อปี 2565-2566 ได้มีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายของ กยศ. ในประเด็นดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว เพราะมีปัญหาว่าทั้งอัตราดอกเบี้ยและเบี้ยปรับนั้น สร้างภาระให้กับผู้กู้ของ กยศ. จำนวนมาก จึงมีการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว แต่ปัจจุบันมาเจอปัญหาอีกรูปแบบหนึ่ง หากมีการแก้ไขกฎหมายกลับไปแบบเดิม ก็อาจจะเจอปัญหาเดิมได้อีก ดังนั้นมองว่า แนวทางที่ดีที่สุดจะต้องมีการหาวิธีที่เหมาะสมในการติดตามหนี้จากผู้ค้างชำระ 2.6 ล้านรายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ