การดำเนินการไปสู่เศรษฐกิจดิจิตอลของสหราชอาณาจักร

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday April 1, 2010 14:46 —กรมส่งเสริมการส่งออก

1. ข้อเท็จจริง

สหราชอาณาจักรนับเป็นต้นแบบของการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (creative industries) ที่มีการดาเนินงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดตั้งทีมงานเพื่อทาการศึกษาและจาแนกประเภทอุตสาหกรรม การจัดเก็บข้อมูลและสถิติ และการวางนโยบายและแผนงานในระดับต่างๆ คือ นโยบายระดับชาติ (National Policies) นโยบายรายอุตสาหกรรม (Sectorial Policies) และนโยบายเฉพาะเรื่อง (Emerging Policies) นอกจากนี้ยังได้มีการจัดตั้ง/ปรับเปลี่ยนหน่วยงาน (Public Bodies) ต่างๆ เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายทุกระดับ

การดาเนินการได้เริ่มดาเนินการมาตั้งแต่ปี 1997 โดยนายกรัฐมนตรีอังกฤษได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ ‘Creative Industries Task Force’ ภายใต้ Department for Culture Media and Sport-dcms ขึ้นมา ซึ่งมีภาระกิจหลัก คือ การสร้างความตื่นตัวต่อความสาคัญของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในแง่ของการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจ การทาการศึกษา mapping exercise เกี่ยวกับจานวนผู้ประกอบการในธุรกิจ creative industries ขนาดของธุรกิจ และการกระจุกตัว เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อสรุปประมวลภาพและปัจจัยต่างๆของภาคอุตสาหกรรมที่สาคัญ ตลอดจนการจัดทาข้อเสนอแนะบทบาทเกี่ยวกับการสนับสนุนของภาครัฐที่จะให้แก่ภาคอุตสาหกรรม โดยเริ่มต้นด้วยการจัดทานิยามอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ระบุอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมด้วยกัน 13 อุตสาหกรรม และวัด(measure) ความสาคัญของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่อเศรษฐกิจออกมาเป็นมูลค่าเพื่อให้ง่ายต่อ ความเข้าใจ รวมทั้งปัจจัยสาคัญต่างๆที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์โดยรวม และตีพิมพ์เอกสาร‘Creative Industries Mapping Document’ เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1998 เอกสารดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไม่เพียงแต่เป็น key economic contributor ของสหราชอาณาจักร แต่ยังมีอัตราการขยายตัวโดยเฉลี่ยสูงกว่าอุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ จึงเป็นอุตสาหกรรมแห่ง อนาคตที่รัฐบาลควรให้การสนับสนุน และได้จัดกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ออกเป็น 13 กลุ่มด้วยกัน ครอบคลุมสาขาธุรกิจ ดังต่อไปนี้ Advertising / Architecture / Crafts and designer furniture / Fashion clothing / Film, video and other audiovisual production / Graphic design / Educational and leisure software / Live and recorded music / Performing arts and entertainments / Television, radio and internet broadcasting / Visual arts and antiques / Writing and publishing

ต่อมา ในปี 2008 หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องของสหราชอาณาจักร 3 หน่วยงาน คือ dcms ; Department for Business Enterprise & Regulatory Reform และ Department for Innovation, Universities & Skills (ปัจุบัน 2 หน่วยงานหลังถูกยุบรวมกันเป็นหน่วยงานเดียว และเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น BIS -Department for Business Innovation and Skills) ได้ร่วมกันจัดทา ‘Creative Britain : New Talents for the New Economy’ เสร็จสิ้น โดย Creative Britain นี้ ถือเป็นเอกสารฉบับแรกที่ระบุนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลอังกฤษในการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของสหราชอาณาจักรอย่างครอบคลุม (comprehensive) ประกอบด้วย การพัฒนาบุคลากรตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การสนับสนุนทางการเงินแก่ภาคธุรกิจ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนา regional/local clusters และการส่งเสริมให้สหราชอาณาจักรเป็น creative hub ของโลก พร้อมระบุเป็นพันธสัญญา (commitments) ของรัฐบาลที่จะดาเนินการตามเป้าหมาย26 ข้อ

ล่าสุด dcms และ BIS ได้ร่วมกันจัดทารายงานฉบับใหม่ ‘Digital Britain’ เสร็จสิ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2552 และเมื่อปลายปี 2552 ได้นาเสนอ Digital Economy Bill ผ่านสภา ทาให้มาตรการต่างๆใน Digital Britain มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย ทั้งนี้ Digital Britain ระบุเป้าหมายและแนวทางในการสร้าง Digital Knowledge Economy เพื่อเป็นรากฐานสาหรับความเจริญก้าวหน้าของประเทศสหราชอาณาจักรในศตวรรษที่ 21 โดยเป้าหมายที่ 1 คือ การดาเนินการเพื่อให้ประชากรทุกคนสามารถเข้าถึงบริการโทรคมนาคมอย่างเท่าเทียม (universal broadband service) ความเร็ว 2Mbps ต่อวินาที ภายในปี ค.ศ. 2012 ด้วยการสนับสนุนการเข้าถึงบริการโทรคมนาคมจากบ้านแก่ครอบครัวรายได้น้อย (affordability) ผ่าน Home Access scheme มูลค่า 300 ล้านปอนด์ การเสริมสร้างทักษะ/ความรู้/ความมั่นใจในการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆแก่ประชากรทุกคน เป้าหมายที่ 2 คือ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบเครือข่ายแบบสายและแบบไร้สาย และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ ให้ทันสมัย รวมถึง การขยายบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (next generation broadband) ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงข่ายโทรคมนาคมของทั่วโลกจากระบบอนาลอกไปสู่ระบบดิจิทัล ในอนาคตอันใกล้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและ นวัตกรรมใน digital content, applications และ services นอกจากนี้ สาหรับการดาเนินงานต่อไปในอีก 2ปีข้างหน้าของ dcms และ BIS คือ การดาเนินการจัดทา mapping exercise ใหม่ เนื่องจากเอกสาร Creative Britain จัดทามาเกือบ 2 ปีแล้ว และ mapping exercise ก็ทามาเกือบ 10 ปีแล้ว ทั้งนี้ เพื่อดูจุดแข็ง จุดอ่อน ปัจจัยเสริม อุปสรรคต่างๆต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางที่เหมาะสมของภาครัฐในการส่งเสริม/สนับสนุน รวมทั้งเป็นการทบทวนเอกสาร Creative Britain ให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ

นอกจากนั้น ใน Pre-Budget Report ปี 2009 * ซึ่งนาย Alistair Darling รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2552 ระบุแผนการดาเนินงานของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่จะให้การสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และการดาเนินการให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นนั้น มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สรุปได้ ดังนี้ ในการส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจ จาเป็นต้องมีการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ dynamic แห่งอนาคต คือ อุตสาหกรรมดิจิตอล เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีด้านการลดคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ในการนี้ รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้ 2.5 พันล้านปอนด์เพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าว นอกจากนี้ จะขยายกองทุนเพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ (Strategic Investment Fund) มูลค่า 750 ล้านปอนด์ ที่จัดตั้งไปเมื่อเดือนเมษายน 2552 เพิ่มอีก 200 ล้านปอนด์ จัดตั้ง Growth Capital Fund มูลค่า 500 ล้านปอนด์เพื่อลงทุนในธุรกิจขนาดเล็ก ขยายเวลา Enterprise Finance Guarantee ออกไปอีก 1 ปี เพื่อการันตีเงินกู้แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพิ่มอีก 500 ล้านปอนด์

2. ข้อสังเกต/ข้อคิดเห็นของสำนักงานฯ

2.1 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรคาดหวังที่จะช่วยสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้แก่สหราชอาณาจักร และช่วยนำประเทศผ่านวิกฤตเศรษฐกิจไปได้ จึงได้ให้การสนับสนุนทั้งในรูปของงบประมาณ การช่วยเหลือด้านเงินกู้ยืม และการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆโดยเน้นการหารือร่วมกับภาคเอกชนในแต่ละอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อรับรู้ความต้องการ/ความจาเป็น (needs) ของธุรกิจซึ่งแตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

2.2 ในการส่งเสริม/สนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รัฐบาลอังกฤษเลือกให้ความสาคัญในลาดับต้นๆ แก่อุตสาหกรรมดังต่อไปนี้ computer games ; software และ electronic publishing เนื่องจากมูลค่าของธุรกิจดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของ creative industries ทั้งหมดในสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้เงินสนับสนุนอย่างมากต่อธุรกิจภาพยนต์ โทรทัศน์ และวิทยุ ทาให้การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมสร้างสรรเป็นสินค้าและบริการสร้างสรรมีความสาคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้ เพื่อสหราชอาณาจักรสามารถก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของโลกตามที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าไว้

2.3 สหราชอาณาจักรเป็นตลาด computers games รายใหญ่ของโลก มี games developers และ publishers รายใหญ่จานวนมาก จากการสารวจของ Tiga (The Independent Games Developers Association) ร้อยละ 83 ของ UK developers มีการ outsource งานอย่างน้อย 1 ส่วนของกระบวนการจัดทางานภาพรวมออกไปให้บริษัทภายนอกทา เพื่อลดต้นทุนการผลิต ซึ่งตลาด outsource ของสหราชอาณาจักรในเอเชียในปัจจุบัน ได้แก่ อินเดีย สิงคโปร์ จีน เวียดนาม ไต้หวัน และ ไทย อนึ่ง ประเทศไทยเพิ่งเริ่มเป็นที่รู้จักในตลาด สหราชอาณาจักร ในฐานะแหล่ง outsource งานคุณภาพในราคาไม่แพง

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน

ที่มา: http://www.depthai.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ