"เศรษฐกิจรูปแบบใหม่ (New Economy)" ในภูมิภาคตอนกลางของสหรัฐอเมริกา

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday April 1, 2010 14:56 —กรมส่งเสริมการส่งออก

เศรษฐกิจรูปแบบใหม่ในสหรัฐฯ

“เศรษฐกิจรูปแบบใหม่ (New Economy)” หมายถึง เศรษฐกิจที่พึ่งพิงหรือขึ้นอยู่กับความรู้และความคิด ซึ่งปัจจัยสำคัญในการสร้างงานและมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คือ ความคิดใหม่ๆ และเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับสินค้าและบริการ หรืออาจหมายถึงเศรษฐกิจที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และความเปลี่ยนแปลง เศรษฐกิจรูปแบบใหม่มุ่งแนวทางดำเนินการ 5 สาขา คือ (1) Knowledge Job, (2) Globalization (3) Economic Dynamism (4) Digital Economy และ (5) Innovation Capacity

แนวความคิด “เศรษฐกิจรูปแบบใหม่” เริ่มขึ้นในปลายทศวรรษ 20 โดยคิดทำในช่วงปี 1995-1999 ต่อมาเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะชะลอตัว ในปี 2001 (2544) ประกอบกับธุรกิจ Dot.com (การขายสินค้าทาง Online) ในสหรัฐฯ ล้มเหลว จึงส่งผลกระทบต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจใหม่ แต่ในปีต่อมา เศรษฐกิจใหม่เริ่มขยายตัว และเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

มลรัฐ Massachusetts ได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ของสหรัฐฯ ต่อกันเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ปี 1999 (2542) มลรัฐผู้นำเศรษฐกิจรูปแบบใหม่รายอื่นที่สำคัญ ได้แก่ (2) Washington (3) Maryland (4) Delaware และ (5) New Jersey ตามลำดับ นอกจากนั้นแล้ว จะเห็นได้ว่า มลรัฐที่ตั้งอยู่ในด้านชายฝั่งตะวันตกและตะวันออกของสหรัฐฯ 9 มลรัฐ (ยกเว้น Colorado) ติดอันดับ Top 10 ด้านเศรษฐกิจรูปแบบใหม่

Top 10 มลรัฐเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ของสหรัฐอเมริกา ปี 2551

         อันดับ         มลรัฐ           คะแนน      อันดับ         มลรัฐ           คะแนน
          1.    Massachusetts        97.0         6.    Connecticut          76.1
          2.    Washington           81.9         7.    Virginia             75.6
          3.    Maryland             80.0         8.    California           75.0
          4.    Delaware             79.3         9.    New York             74.4
          5.    New Jersey           77.0        10.    Colorado             70.4
          ที่มา: The Information Technology and Innovation Foundation

นักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า มลรัฐที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออก เช่น Massachusetts, New York, New Jersey, Virginia และ Connecticut ไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ภายใต้เศรษฐกิจแบบเก่า (Old Economy) ซึ่งเน้นด้านอุตสาหกรรมหนัก หากเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมีปัญหา จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจการค้าในชุมชมได้ในวงกว้าง เช่น การปิดโรงงานเลิกกิจการ และ การปลดคนงาน ดังนั้น มลรัฐในแถบชายฝั่งทะเลตะวันออก (Atlantic Coast) ให้ความสำคัญต่อเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นทิศทางสร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในอนาคต

เศรษฐกิจใหม่ในเขตตอนกลางของประเทศสหรัฐฯ

เขตความดูแลของสคร.ชิคาโกครอบคลุมพื้นที่ตอนกลางของประเทศสหรัฐฯ จำนวน 16 มลรัฐ คือ Arkansas, Illinois, Indiana, Illinois, Kansas, Kentucky, Louisiana, Michigan, Minnesota, Missouri, Nebraska, North Dakota, Ohio, Oklahoma, South Dakota และ Wisconsin

มลรัฐในเขตตอนกลางของประเทศ ไม่ติดอันดับ Top 10 ด้าน New Economy ของสหรัฐฯ มลรัฐ Minnesota, Illinois และ Michigan ได้รับจัดอันดับที่ 14, 16 และ 17 ตามลำดับ ในขณะที่มลรัฐอีก 13 แห่งของเขตตอนกลางของประเทศติดอันดับท้ายๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มลรัฐในเขตตอนกลางของประเทศให้ความสนใจและดำเนินการด้านเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ในระดับต่ำ

การจัดอันดับเศรษฐกิจใหม่ของมลรัฐในเขตตอนกลางของประเทศปี 2551

         อันดับ         มลรัฐ           คะแนน      อันดับ         มลรัฐ           คะแนน
          14     Minnesota           66.0        37      Missouri            46.9
          16     Illinois            62.6        39      North Dakota        46.5
          17     Michigan            62.2        41      Louisiana           44.7
          27     Nebraska            55.4        42      Iowa                44.5
          30     Ohio                53.0        43      Oklahoma            43.5
          31     Kansas              52.9        44      South Dakota        42.9
          33     Wisconsin           50.6        45      Kentucky            41.3
          36     Indiana             47.4        48      Arkansas            35.3
          ที่มา: The Information Technology and Innovation Foundation

นักวิเคราะห์เศรษฐกิจให้ความเห็นว่า พื้นที่เขตตอนกลางของประเทศ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรกรรมและอาหาร เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลือง ข้าวเจ้า การเลี้ยงหมู ไก่ เป็ด และ โค เป็นต้น ดังนั้น รัฐบาลของมลรัฐในเขตตอนกลางของประเทศ จึงให้ความสำคัญต่อการเพิ่มผลผลิตทางเกษตรมากกว่าการผลักดันด้านเศรษฐกิจรูปแบบใหม่

ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน พบว่ามลรัฐในเขตตอนกลางของประเทศที่มีพื้นฐานเป็นเกษตรกรรม ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่ามลรัฐที่เน้นอุตสาหกรรม ทั้งนี้ จะเห็นได้จาก อัตราการว่างงานมลรัฐเกษตรกรรม มีอัตราการว่างงานในระดับต่ำมาก เช่น มลรัฐ North Dakota ร้อยละ 4.1 (ป็นอัตราว่างงานที่ต่ำที่สุดของประเทศ) มลรัฐ Nebraska ร้อยละ 4.8 มลรัฐ South Dakota ร้อยละ 4.8 มลรัฐ Kansas ร้อยละ 6.5 และ มลรัฐ Iowa ร้อยละ 6.7

ในทางกลับกับ มลรัฐบางแห่งในเขตตอนกลางของประเทศ เช่น Illinois Indiana, Michigan, Missouri และ Ohio ซึ่งเน้นทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมควบคู่กันไป ประสบปัญหาการว่างงาน ในระดับสูง โดยเฉพาะมลรัฐ Michigan มีอัตราการว่างงานสูงที่สุดของประเทศ ร้อยละ 14.1 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 มลรัฐ Illinois มีอัตราการว่างงานร้อยละ 11.4 และ มลรัฐ Ohio มีอัตราการว่างงานร้อยละ 10.9 ซึ่งเป็นอัตราการว่างงานที่สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของประเทศ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 9.7

สรุปและเสนอแนะ

ปัจจุบัน การผลักดันเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ (New Economy) ของมลรัฐในเขตตอนกลางของประเทศ (เขตความดูแลของสคร.ชิคาโก) ดำเนินการไปได้ช้ากว่าภูมิภาคตะวันออก และตะวันตกของสหรัฐฯ เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจของภูมิภาคเป็นเกษตรกรรม พื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ในการเพาะปลูก ซึ่งจะเห็นได้ว่า ภูมิภาคเขตตอนกลางของสหรัฐฯ เป็นพื้นที่มีผลผลิตทางเกษตรมากที่สุดของสหรัฐฯ ซึ่งได้แก่ ข้าวโพด ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ข้าวจ้าว เนื้อสัตว์ เป็นต้น

ดังนั้น การผลักดันในเรื่องเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ รัฐบาลของมลรัฐในเขตตอนกลางของประเทศ จะเลือกสาขาที่มีความเหมาะสมหรือมีทรัพยากรสนับสนุน โดยจะเน้นสาขา Bio Fuels, Bio Technology, Wind Power และ Car Energy Efficiency (Electric Car และ Hybrid Car) เป็นสำคัญ

โอกาสตลาดสำหรับสินค้าไทยในเขตตอนกลางของประเทศ จึงเป็นสินค้าในกลุ่มที่สอดคล้องและเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรม Bio Technology, Bio Fuels, Wind Power และ Electric Car หรือ Hybrid Car

การผลักดันเศรษฐกิจใหม่ของมลรัฐในเขตตอนกลางของสหรัฐฯ (เขตความดูแลของสคร.ชิคาโก) จำนวน 16 รัฐ มีดังนี้

ที่มา: http://www.depthai.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ