จากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจในเขตตอนกลางของประเทศสหรัฐฯ (เป็นเขตอาณาดูแลของสคร.ชิคาโก) ในเดือนพฤษภาคม 2553 จัดทำโดย The Creighton’s Economic Forecast Group, Creighton University พบว่า เศรษฐกิจในตอนกลางของประเทศสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 เป็นต้นมา ดัชนีรวมเศรษฐกิจในเดือนพฤษภาคม 2553 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.5 จุดจากเดือนเมษายน โดยเพิ่มจาก 61.7 จุด เป็น 64.2 จุด ซึ่งนับเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา การจ้างงาน (Employment) เพิ่มขึ้นจาก 58.4 จุด เป็น 60.1 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.7 จุดจากเดือนเมษายน 2553 ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ (Cost of raw materials) ในเดือนพฤษภาคม 2553 ลดลงจาก 81.2 จุด มาอยู่ที่ระดับ 80.4 หรือลดลง 0.8 จุดจากเดือนเมษายนของปีเดียวกัน
อนึ่ง เขตอาณาดูแลของสคร.ชิคาโกครอบคลุมพื้นที่ตอนกลางของประเทศสหรัฐฯ จำนวน 16 มลรัฐ ได้แก่ Arkansas, Illinois, Indiana, Iowa, Kansas, Kentucky, Louisiana, Michigan, Missouri, Minnesota, Nebraska, North Dakota, Ohio, Oklahoma, South Dakota และ Wisconsin ซึ่งมีประชากรรวมกันประมาณ 81.61 ล้านคน
การค้ากับทั่วโลก: มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของภูมิภาคตอนกลางของประเทศสหรัฐฯ ในช่วงมกราคม-เมษายน 2553 มีจำนวน 241,702 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 24 ของมูลค่าการค้ารวมของสหรัฐฯ โดยแยกออกเป็น การส่งออกสินค้าประมาณ 100,345.60 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.6 และการนำเข้าสินค้าจำนวน 141,356.40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.00 การส่งออกสินค้ามีมูลค่าต่ำกว่าการนำเข้าสินค้า เป็นผลให้เกิดการขาดดุลการค้าประมาณ 20,245.70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
หน่วย : ล้านเหรียญสหรัฐฯ
กิจกรรมการค้า มกราคม — เมษายน 2553 เพิ่ม/ลด (%) 2553 2552 ปี 53/52 การส่งออกสินค้า 100,345.60 79,919.90 25.60 การนำเข้าสินค้า 141,356.40 100,345.60 27.00 ดุลการค้า -41,010.8 -20,425.70 -100.18 ที่มา: US Bureau of Census, Foreign Trade Statistics, June 20101. การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลกส่งผลให้การเจริญเติบโตเป็นไปในทิศทางบวก เป็นผลมาจากการบริโภคและการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ความต้องการสินค้าจากภาคตอนกลางของประเทศโดยเฉพาะสินค้าเกษตรกรรมจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
2. วิกฤตเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เงินเหรียญสหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้นกระทบโดยตรงต่อการส่งออกสินค้าของสหรัฐฯ เนื่องจากทำให้ความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกลดน้อยลง จะส่งผลให้การค้าและการขยายตัวของเศรษฐกิจอเมริกาชะลอตัว และอาจส่งผลกระทบให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจในเขตตอนกลางของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการชะลอการส่งออกสินค้า ตามไปด้วย
3. ในเดือนเมษายน 2553 ที่ผ่านมา มลรัฐที่มีอัตราการว่างงานต่ำของประเทศสหรัฐฯ 5 อันดับแรกตั้งอยู่ในภูมิภาคตอนกลางของประเทศ ได้แก่ (1) รัฐ North Dakota ร้อยละ 3.8, (2) รัฐฯ South Dakota ร้อยละ 4.7, (3) รัฐ Nebraska ร้อยละ 5.0, (4)รัฐ Kansas ร้อยละ 6.0, และ (5) รัฐ Oklahoma ร้อยละ 6.6 หรือกล่าวได้ว่า ภูมิภาคตอนกลางของประเทศเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดของประเทศ ในขณะที่อัตราการว่างงานของประเทศอยู่ในระดับสูงร้อยละ 9.7 ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจของภูมิภาคตอนกลางของประเทศขยายตัวดีขึ้นเป็นลำดับนับแต่ต้นปี 2553 ทั้งนี้เนื่องจาก พื้นฐานเศรษฐกิจของภูมิภาคเป็นเกษตรกรรม ได้แก่ การปลูกถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าวสาลีและธัญพืชต่างๆ รวมถึง การทำปศุสัตว์ (วัว ไก่ หมู) ซึ่งมีการปลดแรงงานมีอัตราต่ำ การฟื้นตัวที่ รวดเร็วของเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะผลักดันให้ภูมิภาคตอนกลางของประเทศ มีอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจสูงกว่าภูมิภาคอื่นของประเทศ มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ประชากรมีรายได้มากขึ้น ก่อให้เกิดความต้องการสินค้าเพื่อการบริโภคมากยิ่งขึ้น
4. ภูมิภาคตอนกลางของประเทศของสหรัฐฯ เป็นพื้นที่ที่ผู้ผลิต/ส่งออกไทยควรพิจารณาขยายตลาดสินค้าไทย จึงควรเดินทางไปพบและเจรจาการค้ากับกลุ่มเป้าหมายคู่ค้า ควบคู่ไปกับการพิจารณาดำเนินการค้ากระจายสินค้าไทย โดยการใช้บริการของคลังสินค้า (Warehousing Distribution) ในสหรัฐฯ ทำหน้าที่เสมือนเป็นศูนย์กระจายสินค้า และจัดส่งให้แก่ลูกค้าที่ต้องการสินค้าไทย รายที่ไม่สามารถสั่งซื้อจำนวนมากๆ หรือเป็นตู้คอนเทนเนอร์ได้
สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครชิคาโก
ที่มา: http://www.depthai.go.th