รมว.พม. กำชับเจ้าหน้าที่เร่งติดตามชาวมุสลิมอุยกูร์ จำนวน ๑๔๖ คน ที่หลบหนีออกจากสถานที่พักพิง ที่ จ.สงขลา

ข่าวทั่วไป Thursday November 13, 2014 16:30 —สำนักโฆษก

วันนี้ (๑๓ พ.ย.๕๗) เวลา ๐๘.๓๐ น. พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ศปก.พม.)ครั้งที่ ๔๐/๒๕๕๗ เพื่อรับทราบปัญหาทางสังคมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน และร่วมหาแนวทางการแก้ไขปัญหาและการป้องกันปัญหาดังกล่าว โดยมีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานในกระทรวงฯ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น ๘ อาคารใหม่ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ สะพานขาว กรุงเทพฯ

พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า กรณีพี่ชายอายุ ๔๖ ปี ข่มขืนน้องสาวแท้ๆ วัย ๓๒ ปี จนตั้งท้องเกือบ ๘ เดือน แม่ทราบเรื่องทนไม่ไหว พาลูกสาวแจ้งความจับลูกชาย ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งกรณีนี้ตนได้กำชับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี (สนง.พมจ.ชลบุรี) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมทั้งเยียวยา ฟื้นฟู สภาพจิตใจของครอบครัวผู้เสียหายอย่างเร่งด่วน และสำหรับกรณีชายอายุ ๓๘ ปี พิการเป็นโรคโปลิโอ มีรายได้จากการขายของเก่าเพียงวันละ ๓๐-๕๐ บาท อาศัยอยู่กับพี่ชายอายุ ๔๒ ปี ที่พิการช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ในบ้านหลังเก่าๆบนที่หลวง ที่ จ.ชลบุรี ซึ่งกรณีนี้ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลต่อไป

พลตำรวจเอกอดุลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีกลุ่มชาวมุสลิมที่ลักลอบเข้าเมือง ซึ่งเชื่อว่าเป็นชาวอุยกูร์ ในสาธารณรัฐประชานจีน จำนวน ๑๙๕ คน ที่เป็นผู้หญิงและเด็กซึ่งอยู่ในความดูแลของหน่วยงานในกระทรวงฯ ที่จังหวัดสงขลา ระหว่างรอพิสูจน์ทราบสัญชาติ ล่าสุดได้รับรายงานว่ามีชาวอุยกูร์หลบหนีออกจากสถานที่พักพิง ที่ทางกระทรวงฯจัดไว้ให้ โดยมีการหลบหนีทั้งหมด ๘ ครั้ง รวมจำนวนทั้งสิ้น ๑๔๖ คน ซึ่งจากกรณีดังกล่าวตนได้กำชับเจ้าหน้าที่กระทรวงฯในพื้นที่ พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธร ภาค ๙ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง ๖ และกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค ๔ ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยให้จัดตั้งกองอำนวยการ เพื่อติดตามค้นหาผู้ที่หลบหนี และนำตัวกลับมาอยู่ในความดูแล จนกว่าขั้นตอนพิสูจน์ทราบสัญชาติจะดำเนินการเสร็จเรียบร้อย พร้อมทั้งร่วมกันหามาตรการป้องกันและและแก้ไข เพื่อไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก นอกจากนี้ ตนขอให้ทางจังหวัดสงขลา แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

ทั้งนี้ "กระทรวงการพัฒนาพัฒนาสังคมฯ ได้ให้การดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่แก่เด็กและสตรี กลุ่มที่หลบหนีเข้าเมืองดังกล่าว ตามหลักมนุษยธรรม แต่กระทรวงฯ ไม่มีอำนาจในการควบคุมผู้กระทำความผิดที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย” พลตำรวจเอกอดุลย์ กล่าวตอนท้าย.

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ