โฆษกรัฐบาลเผย รัฐบาลขอความร่วมมือเกษตรกรปลูกพืชชนิดอื่นแทนข้าว เพื่อลดความเสี่ยง ไม่ใช่ห้ามปลูกข้าว วอนพี่น้องเกษตรกรเข้าใจ ชี้รัฐช่วยเหลือคนทุกกลุ่มเต็มที่มาตลอดแม้มีงบน้อย แต่จะไม่ยอมให้เหตุซ้ำรอยที่ผ่านมาเพราะประเทศขาดทุนมาก

ข่าวทั่วไป Sunday October 4, 2015 15:31 —สำนักโฆษก

วันนี้ (4ต.ค.58) พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีเกษตรกร จังหวัดกาญจนบุรี แสดงความไม่พอใจรัฐบาลที่ขอให้งดทำนาปรังเนื่องจากน้ำมีปริมาณไม่เพียงพอนั้น รัฐบาลขอเรียนว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาประเทศไทยและอีกหลายประเทศได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ธรรมชาติทำให้ฝนตกน้อยกว่าทุกปี หลายพื้นที่เกิดความแห้งแล้ง และคาดว่าจะแล้งหนักในปีหน้า ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่มีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชโดยเฉพาะข้าวในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง รัฐบาลจึงขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรทุกจังหวัดที่ปลูกข้าวไม่เฉพาะแต่ จังหวัดกาญจนบุรี หันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทนโดยความสมัครใจ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือพืชตระกูลถั่ว เพื่อลดความเสี่ยงของเกษตรกรเอง เนื่องจากใช้น้ำน้อยกว่า ได้ราคาที่คุ้มค่าและรัฐบาลเองก็จะช่วยหาตลาดรองรับ ไม่ใช่สั่งให้งดการปลูกข้าวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรชาวนาทุกพื้นที่ เพราะหากฝืนธรรมชาติที่จะทำนาปรัง ในที่สุดก็จะไม่มีน้ำเพียงพอ ข้าวที่ปลูกจะได้รับความเสียหาย หากรัฐคอยแต่จะชดเชยเงินเพื่อช่วยเหลือข้าวที่ยืนต้นตายก็จะเป็นช่วยเหลือที่ไม่ตรงกับปัญหา หรือหากมุ่งแต่จะส่งน้ำในเขื่อนที่มีอยู่อย่างจำกัดมาช่วยก็ส่งผลกระทบต่อน้ำกินน้ำใช้ของประชาชนในภาคกลางทั้งหมดซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญกว่าในการดำรงชีวิต ในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรมาโดยตลอดไม่เคยทอดทิ้ง โดยได้อนุมัติงบประมาณหลายแสนล้านบาท เพื่อขุดบ่อบาดาลทั่วประเทศ จ้างงานเกษตรกรที่ประสบปัญหา ซื้อถังน้ำช่วยเหลือภาคการเกษตร ทำฝนหลวง และจ่ายเงินชดเชยกรณีที่เกษตรกรได้รับความเสียหาย ซึ่งถือเป็นการเบิกจ่ายสูงที่สุดเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา โดยอยากให้ประชาชนเข้าใจในความตั้งใจจริงของรัฐบาล และอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือนจากคนบางกลุ่มที่ต้องการให้ร้ายรัฐบาล

ปัจจุบันรัฐบาลมีภาระด้านงบประมาณหลายเรื่องต้องส่งเสริมสนับสนุนพี่น้องประชาชนทุกสาขาอาชีพ ให้มีความเข้มแข็งสามารถสร้างงานสร้างรายได้ วางโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพราะที่ผ่านมาประเทศเสียหายไปมาก มีหนี้สาธารณะที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จำนวนมาก งบประมาณถูกนำไปใช้จ่ายเงินค่าข้าวล่วงหน้าและเกิดภาวะขาดทุน เกษตรกรหลายกลุ่ม ประชาชนหลายอาชีพเดือดร้อน ราคาข้าวในตลาดโลกขณะนี้ยังต่ำอยู่ตามสภาวะเศรษฐกิจ และมีการแข่งขันสูง ส่วนข้าวจากการรับจำนำของรัฐบาลที่แล้วยังอยู่ในสต็อกอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีคุณภาพต่ำและขายไม่ได้ราคา รัฐเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า ทั้งหมดนี้รัฐบาลต้องแบกรับภาระในการแก้ไข

“นายกฯ ไม่ได้หวังผลทางการเมือง และทำงานทุกอย่างเพื่อคนทุกกลุ่ม โดยเฉลี่ยแบ่งปันกัน มิฉะนั้นประเทศจะเดินหน้าไม่ได้ ประชาชนต้องเข้าใจว่าการจะหลุดพ้นจากความยากจนและปัญหาหนี้สิน จะต้องไม่นำเงินในอนาคตมาใช้ แต่ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้คนมีรายได้เพิ่มก่อน จากนั้นจึงใช้เงินอย่างรู้คุณค่า รัฐบาลและ คสช.เข้ามาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อน และขอให้ประชาชนที่เข้าใจช่วยอธิบายกันต่อๆว่า ที่ผ่านมาเราแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด หากยังยึดแนวทางแก้ปัญหาแบบเดิมๆระบบการเงินการคลังของประเทศจะเสียหายและล่มสลายในที่สุด จึงขอให้คนไทยอดทน เชื่อมั่นในคำแนะนำของรัฐบาล และมีความหวังที่จะก้าวผ่านปัญหาต่างๆร่วมกัน

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ