นิวตันฟันด์ ฉลองครบรอบ 1 ปี ทูตอังกฤษ-รมว.วิทย์ไทย แถลงความสำเร็จ วางเป้าปีที่ 2 เพิ่มใช้เงิน 400 กว่าล้านบาท เน้นวิจัยและนวัตกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

ข่าวทั่วไป Thursday September 10, 2015 15:31 —สำนักโฆษก

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายมาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และ ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แถลงผลสำเร็จรอบ 1 ปี กองทุนความร่วมมือนิวตันภายใต้วงเงินสนับสนุน 82.5 ล้านบาท เพื่อการวิจัยร่วมและการสร้างนวัตกรรมระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ซึ่งในปีแรกร่วมดำเนินการกับ 3 หน่วยงานไทย คือ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ 2 หน่วยงานอังกฤษ คือ British Countil (BC) และ Royal Academy of Engineering (RAEng) โดยในการดำเนินงานของปีที่สองจะขยายวงเงินเป็น 5 เท่าจากเดิม หรือ 422.5 ล้านบาท และขยายเครือข่ายความร่วมมืออีกจำนวนมาก

นายมาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อปีก่อนประเทศอังกฤษริเริ่มกองทุนวิจัยและนวัตกรรมสำหรับประเทศที่มีศักยภาพ ที่เรียกว่า ‘นิวตันฟันด์’ โดยเป็นกองทุนร่วมระหว่างประเทศอังกฤษและประเทศไทยแบบครึ่ง-ครึ่ง ที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ สถาบันความร่วมมือ และหุ้นส่วนองค์กรของทั้งสองประเทศ ในกรอบวงเงิน 5 ปี 1,000 ล้านบาท ซึ่งในปีแรก ใช้งบประมาณ 82.5 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนกิจกรรม 4 ด้านสำหรับนักวิจัยและนักนวัตกรรมจากทั้งสองประเทศรวมแล้วกว่า 500 คน ได้แก่ 1.ทุนสนับสนุนการวิจัยร่วมยุทธศาสตร์ระดับชาติด้านโรคในประเทศไทย 2. ทุนผู้นำนวัตกรรม 3. ทุนแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักศึกษาระดับปริญญาเอก และ 4. การบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม นอกจากนี้ เอกอัคราชทูตอังกฤษ ยังกล่าวว่า ตนมั่นในว่าความร่วมมือนี้จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอังกฤษอย่างแน่นแฟ้นในสาขาที่สร้างความแตกต่างให้กับชีวิตของมนุษย์ และจะในปีที่สองจะเพิ่มเงินทุนเป็น 422.5 ล้านบาท ภายใต้ 10 โครงการความร่วมมือ

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า เทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่ระดับที่สูงขึ้น จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางได้โดยเร็ว ซึ่งประเทศไทยต้องการการจัดระบบและเครือข่ายความร่วมมือจากนานาชาติในการเพิ่มการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ของประเทศไทย สู่เป้าหมาย 1% ของจีดีพีโดยมีเอกชนเป็นแกนหลัก ณ ปัจจุบัน มีสัญญาณที่ดีที่เอกชนรายใหญ่หลายบริษัทประกาศเพิ่มการลงทุนหลายเท่าตัว อันจะทำให้เอสเอ็มอีปฏิบัติตามเช่นกัน และที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาบุคลากรด้านวิจัยและ วทน. ซึ่งมีอยู่ในภาคเอกชนเพียง 7% ของบุคลากรที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ทั้งประเทศ ซึ่งรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ ได้กล่าวขอบคุณหุ้นส่วนนิวตันฟันด์ทั้งหมด ที่ช่วยทำให้เกิดการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

“ในวันนี้ประเทศไทยต้องมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรและข้าว รวมถึงด้านสุขภาพทั้งโรคติดต่อและไม่ติดต่อในสังคมไทย ต้องใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่ในการทำประโยชน์ให้กับประเทศและโลกใบนี้ ประเทศไทยตัองการเป็นผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนาในสาขาดังกล่าว เชื่อมโยงการทำงานของกระทรวงและการทำงานกับต่างประเทศอย่างมีดุลยภาพ และหวังว่าความร่วมมือนี้จะมีความต่อเนื่องตลอดไป” ดร.พิเชฐ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับในปีที่ 2 นิวตันฟันด์จะดำเนินการครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาบุคลากร การวิจัย และการประยุกต์ใช้ผลงานวิจัย ภายใต้ 10 โปรแกรม ได้แก่ 1.ทุนวิจัยด้านสุขภาพ 2.ทุนวิจัยเกี่ยวกับข้าว 3.ทุนวิจัยและดำเนินงานด้านสะเต็มศึกษา ทุนวิจัยในสหราชอาณาจักรสำหรับ 4.นักศึกษาปริญญาเอก 5.นักวิจัยรุ่นใหม่ และ 6.นักวิจัยรุ่นกลาง 7. ทุนเพื่อการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร การสร้างเครือข่ายวิจัยและการบริหารจัดการงานวิจัย สำหรับนักวิจัยและเจ้าหน้าที่โครงการวิจัย 8.ทุนจัดประชุมทางวิชาการและการเดินทางเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ 9.ทุนวิจัยร่วมในระดับหน่วยงานวิจัย และ 10. ทุนเพื่อการสร้างองค์ความรู้และทักษะการบริหารจัดการวิสาหกิจ โดยมี 6 หน่วยงานไทย (สวทช. สวทน. สกว. สสวท. สวก. และ สกอ.) และ 6 หน่วยงานอังกฤษ (BBSRC BA BC MRC RAEng และ RS) ร่วมดำเนินการด้านสุขภาพ เกษตร พลังงาน สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และนโยบาย วทน.

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ