นายกรัฐมนตรีย้ำอยากเห็นสังคมไทยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพควบคู่กับการให้และตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคนที่พึงมีต่อประเทศชาติ เพื่อให้ประเทศไทยมีความสงบเรียบร้อย ทุกคนมีความสุข ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้

ข่าวทั่วไป Tuesday December 15, 2015 11:05 —สำนักโฆษก

วันนี้ (15 ธ.ค.58) เวลา 15.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมฯ ถึงเรื่องที่นายกรัฐมนตรีปรารภและสั่งการต่อที่ประชุมฯ โดยได้กล่าวถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำ 5 สาย (คสช. คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติฯ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องหลักการทางกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อกล่าวถึงหลักการทางประชาธิปไตยคนมักจะพูดถึงเรื่องสิทธิและเสรีภาพ นั้น นายกรัฐมนตรี มองว่าประเทศไทยจะมีความสงบเรียบร้อยและขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น ทุกคนในประเทศมีความสุข นอกเหนือจากสิทธิและเสรีภาพแล้ว สังคมยังต้องตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบที่แต่ละคนจะต้องพึงมีต่อประเทศชาติบ้านเมืองด้วย เพราะการคิดถึงสิทธิและเสรีภาพอย่างเดียวก็เหมือนกับเป็นฝ่ายที่รับแต่เพียงอย่างเดียว

เพราะฉะนั้น นายรัฐมนตรี จึงอยากให้สังคมไทยได้คิดถึงทั้งการให้และการรับ ซึ่งหมายความว่าจะต้องคำนึงถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง ทั้งในฐานะตามอาชีพที่มีอยู่ และฐานะที่เป็นพลเมืองไทยควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องการแก้ไขกฎหมายหลายฉบับที่ยังเป็นปัญหาและค้างอยู่ในขณะนี้ โดยได้กล่าวยกตัวอย่าง 2 เรื่อง คือ 1) เรื่องกฎหมายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดิน ซึ่งเป็นกฎหมายใหญ่ที่เกี่ยวกับเรื่องการเวนคืนที่ดินเพื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์ทางสาธารณะต่าง ๆ เช่น การจัดสร้างทางรถไฟสายสีต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือรถไฟที่เชื่อมโยงระหว่างเมือง ฯลฯ นายกรัฐมนตรี มีนโยบายที่จะให้ใช้ประโยชน์ 2 ข้างทางของทางรถไฟดังกล่าวในการที่จะช่วยประชาชน โดยเฉพาะประชาชนผู้มีรายได้น้อย หรือผู้พิการ ให้สามารถที่จะประกอบอาชีพของตนเอง อาทิ การค้าขาย การประกอบธุรกิจ แต่ทั้งนี้ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องมีการปรับแก้ไขทั้งกฎหมายหลักและกฎหมายรองที่เกี่ยวกับพระราชบัญญัติการเวนคืนที่ดิน โดยได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการพิจาณาเรื่องดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนเรื่องการส่งเสริมอาชีพบริเวณ 2 ข้างทางของทางรถไฟได้

2) เรื่องกฎหมายของการหลบหนีเข้าเมืองด้วยการลักลอบเข้าเมือง ที่ผ่านมาเมื่อมีการจับกุมผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองได้ เจ้าหน้าที่ในระดับผู้ปฏิบัติไม่มีทางเลือกอย่างอื่น ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ข้อกฎหมายที่มีอยู่ คือมีการพิสูจน์ทราบสัญชาติก่อนที่จะส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง ซึ่งได้ปฏิบัติมาโดยตลอดและอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย แต่สังคมในปัจจุบันต้องยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมีหลายมิติ และมีความขัดแย้งในหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสิทธิมนุษยชน จึงต้องให้ฝ่ายกฎหมายไปศึกษาและพิจารณาว่าจะมีกฎหมายที่จะทำให้รัฐบาลมีทางเลือกในการนำไปปฏิบัติต่อผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองนอกจากการปฏิบัติตามหลักกฎหมายเดิมที่มีอยู่ โดยเฉพาะผู้ที่หลบหนีมาจากประเทศที่มีปัญหาข้อขัดแย้งในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยอย่าให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ทุกคนที่กระทำผิดในกฎหมายต่างประเทศแล้วมาหลบอยู่ในประเทศไทย เพื่อหวังที่จะลี้ภัยไปยังประเทศอื่น และอาจจะกลายเป็นแหล่งสะสมของผู้กระทำความผิดในประเทศต่าง ๆ แล้วใช้ประเทศไทยเป็นฐานพักก่อนลี้ภัยไปประเทศอื่น ๆ เป็นต้น

--------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ