
จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งระบุว่าในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยอาจเผชิญภาวะ "ฝนทิ้งช่วง" ในฤดูฝน กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเตรียมความพร้อมรับมือทั้งปัญหาการขาดแคลนน้ำและการระบาดของศัตรูพืชที่มักเกิดขึ้นในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตข้าว
นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สำหรับศัตรูข้าวที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงนี้ มี 4 ชนิด ได้แก่ เพลี้ยไฟข้าว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หนอนกอข้าว และด้วงดำ ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายต่อข้าวได้ตั้งแต่ระยะต้นกล้าจนถึงระยะออกรวง

กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรป้องกันและลดความเสี่ยงการระบาด โดยยึดหลักสำคัญ 4 ประการ ได้แก่
- เพลี้ยไฟข้าว ทำให้ปลายใบเหี่ยว ขอบใบม้วนเข้าหากลางใบ
- เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ทำให้ใบเหลืองแห้งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก และแห้งตายเป็นหย่อม
- หนอนกอข้าว ทำให้ยอดเหี่ยว เกิดอาการข้าวหัวหงอก และเมล็ดลีบขาว
- ด้วงดำ ทำให้ต้นข้าวเหลือง เหี่ยว และแห้งตาย
นายวีรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพบการระบาดในระดับไม่รุนแรง หรือมีการเข้าทำลายน้อยกว่าร้อยละ 20 ของพื้นที่ สามารถใช้วิธีเขตกรรมและชีวภัณฑ์ในการควบคุม เช่น การใช้กับดักแสงไฟ การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง หรือการใช้เชื้อราบิวเวอเรียและเมตาไรเซียม อัตรา 250 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
อย่างไรก็ตาม หากพบการระบาดในระดับรุนแรง ควรใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด โดยสามารถใช้สารไทอะโคลพริดในการกำจัดเพลี้ยไฟข้าว และใช้สารโพรมิโทซินหรือซัลฟอกซาฟลอร์ในการควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพื่อป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจของเกษตรกร