คำปราศรัยของนายกรัฐมนตรีเนื่องในวันสหประชาชาติ

ข่าวทั่วไป Monday October 24, 2016 08:37 —สำนักโฆษก

คำปราศรัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เนื่องในวันสหประชาชาติ 24 ตุลาคม 2559

พี่น้องชาวไทยที่รัก

วันที่ 24 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันสหประชาชาติ ซึ่งมีความหมายสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่เป็นองค์การสากลระหว่างประเทศ ในการบรรเทาทุกข์และแก้ไขปัญหาของโลก จรรโลงสันติภาพและความมั่นคง ปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่มวลมนุษยชาติ

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ประเทศไทยมีบทบาทเข้มแข็งในฐานะประเทศสมาชิกสหประชาชาติ มาตลอด 70 ปี เป็นที่ยอมรับจากองค์กรและประเทศสมาชิก ด้วยการมีส่วนร่วมให้ความเห็นและแบ่งปันประสบการณ์ แก้ไขปัญหาและการพัฒนาประเทศ เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจของสหประชาชาติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ซึ่งในปี 2559 นี้ เป็นปีเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของสหประชาชาติ โดยเป็นปีแรกของการดำเนินการตามกรอบความร่วมมือสำคัญระดับโลก โดยเฉพาะเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs กรอบเซนไดเรื่องการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ความตกลงปารีสเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแผนปฏิบัติการระดมทุนเพื่อการพัฒนา วาระสำคัญเหล่านี้ต้องอาศัยแรงผลักดันในระดับสากลเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้นสำหรับโลกของเรา ซึ่งไทยได้ร่วมแสดงบทบาทอย่างแข็งขันและสร้างสรรค์ในประเด็นเหล่านี้ตลอดปีที่ผ่านมา

อีกประการที่สำคัญในปีนี้ ประเทศไทยได้ทำหน้าที่ในฐานะประธานกลุ่ม 77 ที่แข็งขัน สร้างสรรค์และชัดเจน ช่วยกระดับไทยในเวทีระหว่างประเทศอย่างมาก ไทยมีผลงานการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายต่างๆ ของสหประชาชาติอย่างชัดเจน 3 ประการ (1) การสร้างหุ้นส่วนที่กว้างขวางในเวทีโลก อาทิการเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับกลุ่ม 20 ในฐานะประธานกลุ่ม 77 (2) การส่งเสริมความร่วมมือใต้-ใต้ และ (3) การแบ่งปันแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทย

เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และได้กล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน : แรงผลักดันสากลเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกของเรา” ผมได้กล่าวถึงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาประเทศและได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการทำงานเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านกรอบความร่วมมือทวิภาคีและไตรภาคี และการสร้าง/เชื่อมโยงหุ้นส่วนด้านการพัฒนาผ่านกรอบความร่วมมือภูมิภาคต่างๆ เช่น อาเซียน BRICS และ ACD รวมถึงการผสานความร่วมมือระหว่างกลุ่ม 20 กับกลุ่ม 77 ในการเข้าร่วมประชุมของกลุ่ม 20 ล่าสุดที่นครหางโจว เป็นต้น

ผมได้รับรายงานว่าในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ประธานสมัชชาสหประชาชาติได้กล่าวถวายคำไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และที่ประชุมของประเทศสมาชิก 193 ประเทศ ได้ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วย นานาประเทศล้วนประจักษ์ในพระปรีชาสามารถในด้านการพัฒนาและมีอีกหลายประเทศที่กล่าวถวายการยกย่องว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นผู้นำอย่างแท้จริง หลักการเรื่องการพัฒนาของพระองค์ท่านได้รับการยอมรับและนำไปปรับใช้ในกว่า 20 ประเทศทั่วโลกด้วย ซึ่งประเทศต่างๆ ที่ได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ ได้แสดงความขอบคุณไทย เช่น ติมอร์-เลสเต อินโดนีเซีย ลาว อัฟกานิสถาน เลโซโท ซิมบับเว นิคารากัวและภูฏาน ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของไทยในการแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีไปสู่ระดับสากล

นอกจากนี้ ผมยังได้เข้าร่วมการประชุมและกิจกรรมคู่ขนานระดับสูงต่างๆ เพื่อแสดงท่าทีไทยในเวทีระหว่างประเทศ และยืนยันพันธกรณีของไทยต่อสหประชาชาติ อาทิ การประชุมสุดยอดระดับผู้นำด้านผู้ลี้ภัยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดีในการย้ำเตือนให้ประชาคมโลกตระหนักถึงบทบาทที่เด่นชัดของไทยที่ทำงานร่วมกับสหประชาชาติมากว่า 40 ปี รับภาระเรื่องผู้ลี้ภัย มาแล้วกว่าล้านคน โดยให้ความช่วยเหลือบนหลักมนุษยธรรมมาโดยตลอด ผมได้ประกาศคำมั่นที่สำคัญ 10 ประการ ในการดำเนินการของไทยเพื่อให้การช่วยเหลือและดูแลกลุ่มดังกล่าว ซึ่งคำมั่นของไทยชัดเจนและได้รับการชื่มชมจากประเทศต่างๆ อย่างมาก

พี่น้องชาวไทยที่รัก

ผมเชื่อว่าความสำเร็จที่กล่าวไปนั้น เป็นบทพิสูจน์อย่างดียิ่งต่อความมุ่งมั่นของไทย ที่จะมีบทบาทนำที่แข็งขัน ชัดเจน และสร้างสรรค์ และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสหประชาชาติให้บรรลุเป้าประสงค์ในเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน การพยายามระงับการพิพาทระหว่างประเทศ การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนนำความกินดี-อยู่ดี มาสู่รัฐสมาชิกทุกประเทศ

เนื่องในวันสหประชาชาติในปีนี้ ในนามของรัฐบาลไทย ผมขอใช้โอกาสนี้แสดงความชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติตลอดทศวรรษที่ผ่านมา และแสดงความยินดีต่อนายอันโตนิอู กุแตเรช เลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งโดยที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 และจะเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนที่ 9 ในช่วงต้นปี 2560 ผมเชื่อมั่นว่า ประสบการณ์และความมุ่งมั่นของนายกุแตเรช จะมีคุณค่าในการขับเคลื่อนให้สหประชาชาติเป็นหน่วยงานที่จะช่วยธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ความสงบสุข ความมั่นคง และความเป็นอยู่ที่ดีของมวลมนุษยชาติยิ่งขึ้นไปอีก ขอย้ำว่าไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับสหประชาชาติในฐานะสมาชิกที่รับผิดชอบเพื่อประโยชน์และความสุขของโลกของเรา

ขอบคุณและสวัสดีครับ

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ