รอง นรม. พลเอก ประวิตรฯ ย้ำทุกหน่วยงานเข้มงวดด้านการข่าว ป้องกันเหตุรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นให้ขับเคลื่อนงานภายใต้ Raod Map และข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

ข่าวทั่วไป Friday April 7, 2017 15:02 —สำนักโฆษก

พลเอก ประวิตรฯ รองนายกรัฐมนตรี ย้ำทุกหน่วยงานเข้มงวดด้านการข่าว ป้องกันเหตุรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นให้ขับเคลื่อนงานภายใต้ Raod Map และข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ให้การแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่เกิดผลเป็นรูปธรรม

วันนี้ (7 เม.ย.60) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ครั้งที่ 1/2560 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง คปต. ได้รับมอบหมายให้เป็นกลไกลสำคัญเพื่อกำกับ ดูแล และขับเคลื่อนงานให้มีความเป็นเอกภาพ และมีประสิทธิภาพ โดยมี พลเอก อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม/หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พลเอก ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจากส่วนกลางและในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล 13 คน ในฐานะกรรมการ คปต. เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งผลการประชุมสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

ที่ประชุมรับทราบการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในรอบ 6 เดือนแรก ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ( ต.ค. 59 – มี.ค.60) ที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบกับ 6 เดือนแรก ของปีงบประมาณ พ.ศ.2559 (ต.ค. 58 – มี.ค. 59) พบว่าสถิติการก่อเหตุลดลงถึง 96 เหตุการณ์ (ลดลงร้อยละ 54) และหากเปรียบเทียบกับ 6 เดือนหลัง ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 (เม.ย.59 – ก.ย.59) พบว่าสถิติการก่อเหตุลดลง 99 เหตุการณ์ (ลดลงร้อยละ 55) รวมทั้งสถานการณ์ในพื้นที่ 7 เมืองหลัก และเมืองหนองจิก ซึ่งเป็นเมืองหลักตามนโยบายต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ก็พบการก่อเหตุความรุนแรงลดลงเช่นกัน ทั้งนี้ เนื่องจากการปฏิบัติการเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตลอดจนผลสัมฤทธิ์ของการบูรณาการขับเคลื่อนงานของทุกหน่วยงานใน 7 กลุ่มภารกิจงาน ( 1) การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2) การอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 3) การสร้างความเข้าใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชน 4) การศึกษา ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม 5) การพัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่ และคุณภาพชีวิตประชาชน 6) การเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐและการขับเคลื่อนนโยบาย และ7) การแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธี ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้แทนพิเศษของรัฐบาล และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งที่ประชุมรับทราบการดำเนินงานของผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เพื่อช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ และความต้องการของประชาชน ทั้งด้านความมั่นคง และด้านการพัฒนา ให้เป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนด โดยเฉพาะเรื่องของต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ส่วนกรณีที่มีการก่อเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในหลายจุดและมีไฟฟ้าดับ เมื่อคืนวันที่ 6 เมษายน 2560 นั้น รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานด้านความมั่นคง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ทหาร ตำรวจ ไปดูแลในภาพรวมแล้ว และเน้นย้ำทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบให้มีความเข้มงวดในเรื่องของงานด้านการข่าว เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเจ้าหน้าที่และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเฝ้าระวังเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประชาชนในพื้นที่เข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ทั้ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ศอ.บต. และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป ขณะที่เรื่องปัญหาไฟฟ้าดับ เป็นหน้าที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการดำเนินการแก้ไขให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาการกำหนดกรอบแผนยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่จะให้ทุกหน่วยงานใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนงาน ในระยะต่อไป และการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อดำเนินแผนงาน/โครงการ ต่างๆ ภายใต้ Raod Map ของผู้แทนพิเศษของ รัฐบาล ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้ง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คปต. ได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญ เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) เรื่องการขอสนับสนุนงบประมาณ งบกลางฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เพื่อสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาและพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ดังนั้น ทุกหน่วยงานจะต้องมีแผนการใช้จ่ายที่ชัดเจนพร้อมดำเนินการได้ทันทีหลังจากได้รับอนุมัติงบฯ หากหน่วยงานได้รับการจัดสรรงบประมาณ งบกลางฯ ไปดำเนินการแล้วเมื่อมีเงินเหลือจ่ายให้เร่งส่งคืนสำนักงบประมาณต่อไป ซึ่งเป็นไปตามแนวทางในการใช้จ่ายงบประมาณ งบกลางฯ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2557 2 ) การขับเคลื่อนงานตาม Road Map ของคณะแทนพิเศษของรัฐบาล ขอให้ทุกหน่วยงานให้ ความสำคัญ เนื่องจากเป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับรายงานจากผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เพราะฉะนั้น ทุกฝ่ายต้องร่วมกันขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการต่างๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ทั้งนี้ หากมีแผนงาน/โครงการใดที่ยังไม่สอดคล้องกับตาม ตาม Road Map ขอให้เร่งทบทวน ปรับปรุง แผนงาน/โครงการ ให้เกิดผลอย่างชัดเจนต่อเป้าหมาย และทิศทางนโยบายของรัฐบาล ต่อไป 3) ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับเรื่องประเมินผลการดำเนินงาน เน้นดำเนินการประเมินผล การดำเนินงานที่ผ่านมาให้ตรงตามข้อเท็จจริง จะเป็นประโยชน์นำไปสู่การปรับเปลี่ยนแผนงาน/โครงการ ให้ สอดคล้องกับสภาพปัญหา และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

---------------------

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ