รองนายกรัฐมนตรี ประชุมความร่วมมือระหว่างรัฐบาล 3 ฝ่าย ไทย โคลอมเบีย และเยอรมนี แก้ปัญหายาเสพติด

ข่าวทั่วไป สำนักโฆษก -- พุธที่ 14 มีนาคม 2561 16:25:26 น.
รองนายกรัฐมนตรี ประชุมความร่วมมือระหว่างรัฐบาล 3 ฝ่าย ไทย โคลอมเบีย และเยอรมนี แก้ปัญหายาเสพติด

เมื่อวานนี้ (13 มีนาคม 2561) เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติเวียนนา กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย พลอากาศเอก ประจิน  จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด สมัยที่ 61 พร้อมด้วยนายทรงศัก  สายเชื้อ เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติและองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ ณ กรุงเวียนนา ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฎ์  วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายศิรินทร์ยา  สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นายชลัยสิน  โพธิเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นางสาวรัชนีกร  สรสิริ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วยผู้แทนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปภัมภ์ ได้เข้าร่วมหารือทวิภาคีกับ นาย Enrique Gil Botero รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและกฎหมายของโคลอมเบียและคณะ โดยพลอากาศเอก ประจิน  จั่นตอง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลโคลอมเบียที่ได้สนับสนุนกิจกรรมด้านการพัฒนาทางเลือกของไทยมาโดยตลอด และได้ให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหาการปลูกพืชเสพติด โดยใช้แนวทางการพัฒนาทางเลือก และใช้เป็นหลักในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในโคลอมเบีย โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ร่วมกันหารือถึงการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านยาเสพติดระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและหน่วยงานกลางด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดของโคลอมเบีย

จากนั้น เวลา 14.20 น. พลอากาศเอก ประจิน  จั่นตอง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยได้เข้าร่วมเป็นผู้อภิปรายและกล่าวถ้อยแถลงในกิจกรรมคู่ขนานเรื่อง ความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างรัฐบาลไทย รัฐบาลโคลอมเบีย และรัฐบาลเยอรมนี ในหัวข้อ “Exchange Beyond Borders : Trilateral Cooperation on alternative development between Thailand, Columbia and Germany” โดยมีผู้แทนรัฐบาลโคลอมเบียและผู้แทนรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เข้าร่วมในการหารือและขึ้นกล่าวถ้อยแถลงครั้งนี้ด้วย โดยพลอากาศเอก ประจิน  จั่นตอง กล่าวว่า ประเทศไทยมีประสบการณ์ในการทำงานด้านการพัฒนาทางเลือก ทั้งในพื้นที่โครงการหลวงและโครงการพัฒนาดอยตุง และยินดีที่จะถ่ายทอดแนวทางและประสบการณ์ให้ทางรัฐบาลโคลอมเบีย โดยขอขอบคุณรัฐบาลโคลอมเบียและเยอรมนีที่ได้ร่วมดำเนินโครงการด้านการพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1981 และได้ร่วมกันผลักดันแนวปฏิบัติสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาทางเลือก (UNGPS on AD) ไปสู่การปฏิบัติ พร้อมทั้งได้ขอบคุณรัฐบาลเยอรมนีที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในลักษณะการเป็นหุ้นส่วนอย่างจริงจัง และในปี ค.ศ.2016 ได้ร่วมกันขยายแนวคิดด้าน AD (Alternative Development) ให้กับประเทศที่มีความสนใจ ทั้งนี้หัวหน้าคณะผู้แทนไทยได้กล่าวว่า “รัฐบาลไทยพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนานาประเทศ และพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศที่สนใจ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ ในเรื่องการพัฒนาทางเลือกเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด”

ต่อมา เวลา 15.00 น.พลอากาศเอก ประจิน  จั่นตอง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยได้เดินทางไปยังสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)  เพื่อร่วมหารือทวิภาคีกับนาย Yury Fedotov ผู้อำนวยการบริหาร UNODC โดยมีสาระสำคัญคือ ฝ่ายไทยขอขอบคุณที่ได้ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรมและระบบงานยุติธรรมทางอาญาแด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และชี้แจงว่าในขณะนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างการปรับนโยบายยาเสพติด ซึ่งใช้หลักนิติธรรมเป็นสำคัญ พร้อมทั้งสนับสนุนการทำงานของการบันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่ายฯ ว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดในอนุภูมิภาค และขอให้ UNODC เพิ่มการสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการในอนุภูมิภาคเพื่อการควบคุมยาเสพติด (Sub - regional action plan for drug control - SAP) รวมทั้งการดำเนินการโครงการแม่น้ำโขงปลอดภัยเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ต้นเหตุ เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตและการลักลอบค้ายาเสพติดบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ โดยการสกัดกั้นเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่พื้นที่แหล่งผลิต และสกัดกั้นยาเสพติดที่ผลิตในสามเหลี่ยมทองคำไม่ให้ถูกลักลอบนำออกไปสู่ประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก

จากนั้น เวลา 16.30 น. พลอากาศเอก ประจิน  จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางไปยังสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์ และการวิจัยของสาธารณรัฐออสเตรีย เพื่อร่วมหารือทวิภาคีกับนาย Heinz Fassmann รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์ และการวิจัยของสาธารณรัฐออสเตรีย ในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้มีการหารือในเรื่องการจัดระบบการศึกษาอาชีวศึกษา ซึ่งสาธารณรัฐออสเตรียเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในเรื่องดังกล่าวเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ทั้งนี้สาธารณรัฐออสเตรียมีความเชี่ยวชาญในสาขาการศึกษาที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศและนโยบาย Thailand 4.0 ของไทย อาทิ สาขาระบบขนส่งระบบราง และเครือข่ายโลจิสติกส์


กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก
ข้อมูลโดย พลอากาศเอก มณฑล  สัชฌุกร
โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี (พลอากาศเอก ประจิน  จั่นตอง)
ที่มา: http://www.thaigov.go.th
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง