นายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการเดินทางรถไฟร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา

ข่าวทั่วไป สำนักโฆษก -- จันทร์ที่ 22 เมษายน 2562 15:32:36 น.
นายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการเดินทางรถไฟร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา

วันนี้(22 เม.ย. 62) เวลา 10.10 น. ณ สถานีด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ภายหลังพิธีฉลองความสำเร็จในการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และสมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการเดินทางรถไฟร่วมกันระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชาอาณาจักรกัมพูชา พิธีส่งมอบรถไฟดีเซลราง โดยมี คณะรัฐมนตรีของไทยและกัมพูชา เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีในการเข้าร่วม 3 พิธีที่สำคัญ ซึ่งพิธีในวันนี้เป็นการแสดงออกถึงความจริงใจ ความมุ่งมั่น ของรัฐบาลไทย ที่พร้อมจะสนับสนุน และผลักดันความเชื่อมโยงที่ไร้รอยต่อทางรถไฟให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน โดยดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ได้แก่ 1. ความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสะท้อนได้จากการเปิดสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ระหว่างอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว และปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย 2. ความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ โดยเห็นได้จากพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการเดินทางรถไฟร่วมกันระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชาอาณาจักรกัมพูชา และ 3. ความเชื่อมโยงในการไปมาหาสู่กันของประชาชน

โอกาสนี้ รัฐบาลไทยยินดีมอบรถดีเซลราง จำนวน 4 คัน แก่รัฐบาลกัมพูชา เพื่อสนับสนุนการคมนาคมทางรางข้ามแดนไปมาหาสู่กันระหว่างชาวไทยกับชาวกัมพูชา รวมถึงชาวต่างชาติ นอกจากนี้ ยังเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการเดินทางจากสถานีด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ข้ามไปยังปอยเปต ศรีโสภณ พระตะบอง จนกระทั่งถึงกรุงพนมเปญ เพื่อแบ่งปันและสร้างโอกาสในการเชื่อมต่อโครงข่ายทางรถไฟ และแสดงถึงความจริงใจในโอกาสที่ไทยกับกัมพูชา จะครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2563

ในการนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาคมนาคมขนส่งทางรางระหว่างไทยกับกัมพูชา ผ่านการเชื่อมโยงโครงข่ายเส้นทางรถไฟขนาดความกว้างทาง 1 เมตร โดยไทยพร้อมจะพัฒนาไปสู่เป้าหมายในทุกด้านและยั่งยืน เพื่อสนับสนุนด้านการขนส่งทางรถไฟ การค้าชายแดน การท่องเที่ยว โอกาสทางด้านธุรกิจ และการลงทุนของไทยและกัมพูชา ระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟภายใต้กรอบความร่วมมือ ได้แก่ การพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง ( ACMECS ) โครงการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟสายสิงคโปร์-คุนหมิง (SKRL) ตามแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (MPAC) และโครงข่ายทางรถไฟสายเอเชีย ภายใต้โครงการของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีขอบคุณนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อมวลชน สำหรับความมุ่งมั่นตั้งใจทำให้เกิดพิธีสำคัญขึ้น จึงถือว่าเป็นการมอบของขวัญในเชิงสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความปรารถนาดี การริเริ่มสิ่งใหม่ ให้กับชาวไทย - กัมพูชา รวมถึงประชาคมอาเซียน เพื่อรับมือกับความท้าทาย และก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน

อนึ่ง นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และคณะบุคคลสำคัญ ขึ้นรถไฟขบวนพิเศษออกเดินทางจากด่านพรมแดนบ้านคลองลึกไปยังสถานีปอยเปต
ที่มา: http://www.thaigov.go.th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง