นายกรัฐมนตรีย้ำข้าราชการ-ประชาชนต้องร่วมสร้างความมั่นคง เสถียรภาพ และพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า

ข่าวทั่วไป 13 กันยายน พ.ศ. 2562 15:08 น. —สำนักโฆษก

นายกรัฐมนตรีพบปะประชาชนและนักเรียนโรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 (ท่าเรือมิตรภาพที่ 30) พร้อมมอบอุปกรณ์ส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ

วันนี้ (13 กันยายน 2562) เวลา 10.30 น. ณ โรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 (ท่าเรือมิตรภาพที่ 30) ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะ เดินทางมาพบปะประชาชนและนักเรียนโรงเรียนสาธิตฯ ปัจจุบันมีนักเรียน จำนวน 633 คน จัดการเรียนการสอนโดยใช้โปรแกรม 3 ภาษา ประกอบด้วยภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ภายใต้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมมอบอุปกรณ์ส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ และพันธุ์ส้มโอทับทิมสยาม รวมทั้งมอบทุนการศึกษาอุปกรณ์การเรียนให้แก่เด็กนักเรียน โดยมี ผู้บริหาร นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ดีใจที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช วันนี้มาเพื่อพบปะกับประชาชนและอนาคตของประเทศชาติ ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพ สถานที่ท่องเที่ยวและทะเลสวย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อัตลักษณ์เชิงวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์จักรสานย่านลิเภา อาหารใต้ก็รสเด็ด และยังเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนามีวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ เป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวนคร ฯ วันนี้ได้มาพบเห็นนักเรียนที่มีความสามารถภาษาต่างประเทศหลายภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาจีนก็ขอชื่นชม เชื่อมั่นว่าเมื่อข้าราชการและประชาชนจูงมือไปด้วยกัน ร่วมกันสร้างความมั่นคง เสถียรภาพและพัฒนา บ้านเมืองก็เจริญก้าวหน้าทัดเทียมประเทศอื่น ๆ ได้

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วมว่า การบริหารจัดการน้ำดำเนินการทั้งการกักเก็บน้ำ การระบายน้ำ พบว่าโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองท่าเรือ-หัวตรุด กิโลเมตรที่ 9+200 (โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ) มีความก้าวหน้าโดยลำดับ ซึ่งเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์แล้วจะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ร้อยละ 90 และแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีอย่างยั่งยืน ต้องขอบคุณประชาชนที่เสียสละที่ดินให้รัฐได้ดำเนินโครงการฯ ซึ่งรัฐบาลจะได้ชดเชยเยียวยาอย่างเหมาะสม ระหว่างนี้รัฐบาลจะช่วยดูแลเรื่องอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนเพื่อเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทุกเรื่องต้องใช้เวลา ขอให้ทุกคนเข้าใจและร่วมมือกัน สำหรับรัฐบาลได้มีการเตรียมแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีรองรับแล้ว โดยแบ่งการดำเนินออกเป็นช่วงละ 5 ปี ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงขอฝากให้ประชาชนทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมและปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์และการพัฒนาประเทศร่วมกันทำงานในรูปแบบประชารัฐ

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม จึงอยากให้ช่วยกันรักษาให้คงอยู่ในระดับนี้ต่อไป ขณะเดียวกันก็พร้อมจะดูแลเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งไฟฟ้า ประปา ให้เพียงพอสำหรับบริการประชาชน ซึ่งสิ่งสำคัญคือ ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องขยะและพลาสติก โดยเฉพาะการลดขยะถุงพลาสติกให้น้อยลง เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทะเล พร้อมฝากให้มีการสร้างการรับรู้ให้โรงเรียนทุกโรงเรียนปลอดถุงพลาสติก

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวฝากให้ประชาชนระวังการใช้จ่าย อย่าใช้จ่ายเกินตัว เพื่อไม่ให้เป็นภาระให้รัฐบาลต้องเข้ามาดูแล ในส่วนบัตรสวัสดิการนั้น รัฐบาลจะมีโครงการต่าง ๆ ลงมาในพื้นที่สู่ประชาชนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากใครที่ยังไม่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการก็ขอให้ไปดำเนินการตามช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสเดินทางมาตรวจราชการ จ.นครศรีธรรมราช ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศจดทะเบียนวัดพระมหาธาตุเป็นโบราณสถาน ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ ก่อนเดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีต่อไป

------------------

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ