นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตปากีสถานฯ เร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-ปากีสถาน (PATHFTA) ให้แล้วเสร็จ เพื่อกระตุ้นการค้าและการลงทุน เพิ่มโอกาสฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19

ข่าวทั่วไป Thursday July 29, 2021 14:19 —สำนักโฆษก

นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตปากีสถานฯ เร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-ปากีสถาน (PATHFTA) ให้แล้วเสร็จ เพื่อกระตุ้นการค้าและการลงทุน เพิ่มโอกาสฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19

วันนี้ (29 กรกฎาคม 2564) เวลา 15.30 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอะศิม อิฟติคัร อะห์หมัด (H.E. Mr. Asim Iftikhar Ahmad) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสพ้นจากหน้าที่ ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีขอบคุณเอกอัครราชทูตฯ ที่มีบทบาทสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทย-ปากีสถานในมิติต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง และยินดีเป็นอย่างยิ่งในโอกาสครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปีนี้ พร้อมยืนยันว่าไทยพร้อมกระชับความสัมพันธ์กับปากีสถานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แม้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการส่งเสริมความร่วมมือโดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุน จะสามารถช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจระหว่างกันได้ต่อไป

เอกอัครราชทูตฯ กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเสมอมา ถือเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตในประเทศไทย ซึ่งตลอดระยะเวลาของการทำงานได้เห็นถึงพัฒนาการของความสัมพันธ์และความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายในหลาย ๆ ด้าน เช่น ด้านการค้า การศึกษา และการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เป็นต้น ซึ่งในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของปากีสถานได้ฝากความระลึกถึงมายังนายกรัฐมนตรี และได้ยืนยันความตั้งใจที่จะสานต่อและขยายความร่วมมือกับไทยให้มากขึ้น ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตฯ กล่าวว่าเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาลไทยว่าจะสามารถบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยศักยภาพในการบริหารจัดการของนายกรัฐมนตรี และประสิทธิภาพทางด้านสาธารณสุข

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันในหลายประเด็น ได้แก่ ด้านการค้าการลงทุน จะผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-ปากีสถาน (PATHFTA) ให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อกระตุ้นการค้าและการลงทุนระหว่างกัน นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ทั้งสองประเทศจะสามารถใช้ประโยชน์จากที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ให้เป็นศูนย์กลางทางการขนส่งสินค้าได้ในลักษณะ WIN-WIN และยินดีส่งเสริมการลงทุนของไทยในปากีสถานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ในส่วนของเอกอัครราชทูตฯ เห็นว่าไทยเป็นคู่ค้าที่สำคัญของปากีสถานในภูมิภาคเอเชียใต้ ยินดีให้การสนับสนุนภาคเอกชนไทยที่ต้องการขยายการลงทุนในปากีสถาน

ด้านการศึกษา ทั้งสองฝ่ายยินดีสานต่อความร่วมมือด้านการศึกษา โดยเฉพาะในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ปากีสถานมีความชำนาญ ซึ่งไทยพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการศึกษาทางไกล อาชีวะศึกษา เทคโนโลยีการเกษตร (Smart Farming) และการแปรรูปอาหาร

ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชนในด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะทางพุทธศาสนาที่ทั้งสองประเทศมีวัฒนธรรมร่วมกัน ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้เสนอแนะ โครงการ Phuket Sandbox ของไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวตามมาตรการทางสาธารณสุขที่กำหนด ถือเป็นโครงการนำร่องให้แก่จังหวัดอื่นๆ ของไทย และประเทศอื่น ๆ เพื่อโอกาสในการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างกันได้ในอนาคต

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ