เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ยอดการเสียชีวิตส่วนเกิน (excess death) ทั่วทวีปยุโรป ซึ่งเชื่อมโยงกับอุณหภูมิพุ่งสูง มีจำนวนมากกว่า 1,300 รายแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา
เทดรอสโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ในวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) ว่า "ตอนนี้ประชากรราว 150 ล้านคนกำลังใช้ชีวิตอยู่ภายใต้สภาพอากาศร้อนจัด มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายร้อยราย โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดทำการ ระบบสายส่งไฟฟ้าโค้งงอ" พร้อมเตือนเกี่ยวกับ "ฆาตกรเงียบ" อย่างภาวะเครียดจากความร้อน (heat stress) และชี้ว่าบ้านเรือน สถานที่ทำงาน และโรงเรียนในยุโรปไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับอุณหภูมิในระดับสูงเช่นนี้
ผอ.WHO ระบุว่า ยุโรปเป็นทวีปที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยร้อนขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงสองเท่า "ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนที่เคยเกิดขึ้น 'เพียงครั้งเดียวในหนึ่งชั่วอายุคน' กำลังเกิดขึ้นเกือบทุกปีในปัจจุบัน โดยมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน"
WHO กำลังร่วมมือกับประเทศสมาชิกและพันธมิตรเพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่อสุขภาพจากอากาศที่ร้อนจัด โดยมุ่งเน้นไปที่การเตรียมความพร้อม การป้องกัน และการยกระดับการตอบสนองของระบบสาธารณสุขให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เทดรอสยังได้เรียกร้องให้ประเทศในยุโรป "นำแผนปฏิบัติการด้านสุขภาพเพื่อรับมือกับความร้อนมาใช้" โดยให้เป็นส่วนหนึ่งของวาระการปกป้องสุขภาพจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เคล็ดลับรักษาความเย็นท่ามกลางสภาพอากาศร้อน
ขณะเดียวกัน บนเว็บไซต์ของ WHO ยังเผยแพร่เคล็ดลับในการรักษาความเย็นระหว่างเผชิญสภาพอากาศร้อนจัด เช่น แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของวัน พยายามอยู่ในที่ร่ม และใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงต่อวันในสถานที่ที่มีอากาศเย็น
สำหรับการทำให้บ้านเย็นนั้น WHO แนะให้ใช้ประโยชน์จากอากาศในช่วงเวลากลางคืนเพื่อลดอุณหภูมิในบ้านหลังจากค่ำลง ปิดหน้าต่างและใช้มู่ลี่บังแดดในเวลากลางวันเมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงกว่าภายในอาคาร และปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
คำแนะนำดังกล่าวยังเตือนด้วยว่า ควรใช้พัดลมไฟฟ้าเฉพาะเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียสเท่านั้น เนื่องจากหากอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส พัดลมจะกลับกลายเป็นการเพิ่มความร้อนให้แก่ร่างกายแทน ทั้งนี้ หากมีการเปิดเครื่องปรับอากาศ WHO แนะนำให้ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 27 องศาเซลเซียสและเปิดพัดลมไฟฟ้าควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะช่วยให้ห้องรู้สึกเย็นลงอีก 4 องศาเซลเซียส และสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าสำหรับทำความเย็นได้มากถึง 70%
WHO แนะนำให้สวมใส่เสื้อผ้าที่เบาและหลวม อาบน้ำเย็น ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดผิวหรือฉีดพ่น รวมถึงดื่มน้ำบ่อย ๆ อย่างน้อย 1 แก้วต่อชั่วโมง และปริมาณ 2-3 ลิตรต่อวัน เพื่อรักษาความเย็นและป้องกันร่างกายขาดน้ำ
นอกจากนี้ คำแนะนำยังเน้นย้ำถึงการตรวจสอบกลุ่มเปราะบางอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ตลอดจนผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ ปอด หรือไต ผู้พิการ หรือผู้ที่อยู่อาศัยเพียงลำพัง
ขณะเดียวกัน WHO ยังแจ้งเตือนประชาชนว่าห้ามทิ้งเด็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถที่จอดอยู่เด็ดขาด หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรงในช่วงเวลาที่แดดแรงจัด และห้ามใช้ผ้าแห้งคลุมรถเข็นเด็กเนื่องจากจะทำให้ภายในรถเข็นร้อนจัดยิ่งขึ้น แต่แนะนำให้ใช้ผ้าบางชุบน้ำหมาด ๆ แทน และคอยพรมน้ำซ้ำเมื่อจำเป็น