บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor Corp.) เปิดเผยในวันนี้ (29 มิ.ย.) ว่า ยอดขายทั่วโลกในเดือนพ.ค. ลดลง 7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 34,279 คัน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเดือนที่ 4 สะท้อนถึงอุปสงค์ในจีนที่ซบเซาลง เนื่องจากผลกระทบของราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ยอดการส่งออกจากญี่ปุ่นไปยังตะวันออกกลางในเดือนพ.ค. ดิ่งลง 65.9% สู่ระดับ 7,323 คัน ซึ่งลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยคาดว่าเป็นผลมาจากปัญหาการหยุดชะงักด้านโลจิสติกส์ที่มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งในภูมิภาค
ยอดขายในต่างประเทศของโตโยต้าลดลง 9.6% สู่ระดับ 715,898 คัน โดยยอดขายในจีนร่วงลง 31.7% สู่ระดับ 102,299 คัน เนื่องจากการแข่งขันในตลาดยังคงรุนแรง ขณะที่ยอดขายในสหรัฐฯ ขยับลง 0.6% สู่ระดับ 238,800 คัน ซึ่งเกือบจะทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แม้ว่าอุปสงค์รถยนต์ไฮบริดจะยังคงแข็งแกร่งก็ตาม ส่วนยอดขายในตะวันออกกลางร่วงลง 38.6% สู่ระดับ 29,568 คัน
อย่างไรก็ตาม ยอดขายในญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 11.1% สู่ระดับ 118,381 คัน เนื่องจากอุปสงค์ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งได้แรงหนุนจากยอดขายรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ รวมถึงรถยนต์อเนกประสงค์รุ่น RAV4 และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น bZ4X นอกจากนี้ ยอดขายในอินเดียยังพุ่งขึ้น 15.3% สู่ระดับ 30,227 คัน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับลดภาษีรถยนต์
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า โตโยต้ายังได้เปิดเผยตัวเลขการผลิตรถยนต์ โดยระบุว่ายอดการผลิตทั่วโลกลดลง 5.5% สู่ระดับ 765,470 คัน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน
การผลิตในต่างประเทศลดลง 9.4% สู่ระดับ 514,882 คัน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน เมื่อเทียบรายปี โดยการผลิตในอเมริกาเหนือและยุโรปปรับตัวลดลงเนื่องจากจำนวนวันทำงานน้อยลง ส่วนการผลิตในจีนร่วงลง 23.0% สู่ระดับ 98,536 คัน
สำหรับการผลิตภายในประเทศญี่ปุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.7% สู่ระดับ 250,588 คัน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ