นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษกกกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ.วันที่ 24 มิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบประกาศ กกพ. เพื่อเปิดรับคำขอเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่ โดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะเปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีปริมาณรับซื้อครบตามเป้าหมายของโครงการ
การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในการประชุมครั้งที่ 1/2569 (ครั้งที่ 175) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ซึ่งเห็นชอบแนวทางส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน และมอบหมายให้ กกพ. ออกระเบียบและประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามแนวทางดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบไฟฟ้า สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่นี้ เป็นการสานต่อนโยบายที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 โดยมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีบทบาทเป็น Prosumer หรือผู้ใช้ไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศ และสนับสนุนการกระจายศูนย์การผลิตไฟฟ้าให้มีความมั่นคงและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
สำหรับโครงการครั้งนี้ กำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ กำหนดปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า อัตรารับซื้อไฟฟ้า 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า 10 ปี โดยผู้เข้าร่วมโครงการต้องสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในปี 2570 และการพิจารณาคำขอจะใช้หลัก First Come First Served ตามลำดับวันและเวลาที่ได้รับคำขอพร้อมเอกสารครบถ้วน ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมโครงการยังสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำลังผลิตติดตั้งมากกว่า 5 กิโลวัตต์เพื่อใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้ โดยสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ และไม่มีข้อห้ามในการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System: BESS) เพื่อใช้งานร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้าด้วย
"สำนักงาน กกพ. ขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจศึกษาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ โครงการนี้นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือนแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดของประเทศ และร่วมสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน" นายพูลพัฒน์ กล่าว