ตลท.คาด Q3/69 คลอดเกณฑ์ BOI to IPO ดึงบิ๊กเทคฯข้ามชาติเข้าหุ้นไทย โฟกัส EV-Data Center-PCB

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday June 29, 2026 16:05 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การสนับสนุน บริษัทที่ได้รับสิทธิประโยชน์ BOI และอยู่ในกลุ่ม New Economy ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น โดยคาดว่ากฎเกณฑ์ดังกล่าวจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 3/69 และคาดใช้เวลาเตรียมตัวอย่างน้อย 2 ปีเพื่อความพร้อมเข้าสู่ตลาดทุน เป็นการปูพื้นฐานเพื่อสร้างสินค้าใหม่ๆ ให้กับตลาดหุ้นไทยในอนาคต

สำหรับมาตรการดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) เข้าสู่ตลาดทุน มี 2 ประเด็นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดำเนินการร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต. คือการปรับเกณฑ์ New Economy ที่มี 10 กลุ่ม(กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใน EEC) ซึ่งจะพิจารณาปรับให้สอดคล้องกับภาวะตลาดปัจจุบันมากขึ้น และการพิจารณาเกณฑ์การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในโครงการ BOI to IPO เพื่อให้บริษัทที่ได้รับสิทธิประโยชน์ BOI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เร็วขึ้น เช่น การพิจารณาเรื่อง Market Cap ที่เหมาะสม หรือยกเว้นเกณฑ์กำไรในบางกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพแต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งเป้าหมายหลักคือบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยผ่าน BOI เช่น อุตสาหกรรม EV, Data Center, เทคโนโลยีและกลุ่มผู้ผลิต PCB ซึ่งมีเม็ดเงินลงทุนมหาศาล

โมเดลที่จะผลักดันคือการดึงบริษัทลูกของยักษ์ใหญ่ต่างชาติที่จัดตั้งในไทยเข้ามาจดทะเบียน เหมือนกรณีของ DELTA ซึ่งจะช่วยให้ตลาดหุ้นไทยมีสินค้าที่อัปเดตตามเทรนด์โลก และดึงดูดนักลงทุนสถาบันต่างชาติได้มากขึ้น โดยขณะนี้เริ่มเดินสายให้ข้อมูลกับบริษัทแม่ในต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน ซึ่งได้รับความสนใจและมีการสอบถามรายละเอียดขั้นตอนการเข้าตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง

นอกจากเรื่องเกณฑ์ IPO แล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีแนวคิดพิจารณาการจัดกลุ่มอุตสาหกรรม โดยการแยกกลุ่มเทคโนโลยี (Tech Sector) ออกมา เพื่อสร้างความชัดเจนและสร้างแรงดึงดูดให้กับนักลงทุนที่ต้องการเน้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยเฉพาะ


*SET ครึ่งปีแรกให้ผลตอบแทน +25% Top3 เอเชีย

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา นายอัสสเดช กล่าวว่า หุ้นไทยให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีสูงถึงราว 25% (YTD) ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 3 ของภูมิภาคเอเชีย โดยมีปัจจัยหนุนจากเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจนขึ้น และจุดแข็งเรื่องค่าเงินบาทที่มีเสถียรภาพทำให้ไทยกลายเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยสำหรับนักลงทุนต่างชาติท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลัง ยังต้องพิจารณาสถานการณ์ เช่นตัวเลขส่งออกในไตรมาส 2/69 ว่าเป็นอย่างไร แต่ยังมองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งด้านความยั่งยืน (ESG) ที่มีความพร้อมกว่าประเทศอื่น

ในครึ่งหลังปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯยังเดินหน้าโรดโชว์ต่อนักลงทุนต่างประเทศต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมจัดงาน SET THAILAND FOCUS 2026: REIGNITE THAILAND ในวันที่ 26-28 สิงหาคม 2569 เพื่อแสดงศักยภาพของบริษัทจดทะเบียนไทยให้นักลงทุนสถาบันทั่วโลกได้รับทราบ หลังจากที่เดินสายโรดโชว์ที่ลอนดอนและฮ่องกงมาแล้วก่อนหน้านี้ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ