สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยในวันนี้ว่า อัตราการออมของภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นสัดส่วนของรายได้สุทธิที่จัดสรรไว้เพื่อการออมแทนที่จะนำไปใช้จ่าย ลดลงสู่ระดับ 8.9% ในไตรมาส 1/2569 จากระดับ 9.6% ในไตรมาส 4/2568
ปัจจัยที่ทำให้อัตราการออมลดลงนั้น มาจากการที่ภาคครัวเรือนนำเงินไปใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย ค่าสาธารณูปโภค ร้านอาหาร และโรงแรม
นอกจากนี้ การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของภาคครัวเรือนส่วนหนึ่งถูกผลักดันโดยราคาสินค้าที่สูงขึ้นในไตรมาสแรก ในขณะที่รายได้ยังคงทรงตัว ซึ่งส่งผลให้รายได้สุทธิที่ใช้จ่ายได้จริงของครัวเรือนต่อหัว ลดลง 0.8% ในไตรมาสแรก
ที่ผ่านมานั้น ชาวอังกฤษนำรายได้มาเก็บออมมากขึ้นนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากเผชิญกับภาวะช็อกทางเศรษฐกิจหลายระลอกและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งสิ่งนี้ได้กลายเป็นปัจจัยฉุดรั้งการเติบโตของประเทศ และมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพฤติกรรมที่ระมัดระวังน้อยกว่าของผู้บริโภคในสหรัฐฯ
แม้ ONS ยังยืนยันว่าเศรษฐกิจอังกฤษมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในไตรมาสแรก โดยมีการขยายตัว 0.6% แต่ก็ได้ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของปี 2568 ลง 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 1.3%