ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้อง นางสาวณัฐธิดา นิโครธางกูร ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า การกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่กำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์รหัสแท่ง (Barcode) บนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณที่กำหนดให้มีรหัสคิวอาร์ (QR Code) เท่านั้น และจากการร้องเรียนของบุคคลอื่นเห็นว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ละเมิดสิทธิเลือกตั้ง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 มาตรา 25 และมาตรา 41 (3)
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบไม่ได้บรรยายว่า นางสาวณัฐธิดา ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของกกต. อย่างไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นเท่านั้น
ประกอบกับนางสาวณัฐธิดาไม่ได้แสดงเหตุผลประกอบข้อโต้แย้งว่า การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับอย่างไร กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213
*ศาลรธน.มติเอกฉันท์ ยกคำร้อง ณัฐพงษ์-ปิยบุตร-ครม. ปมถูกร้องล้มล้างการปกครอง ชี้หลักฐานไม่ชัดเจนพอ
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้อง นางสาวณัฐธิดา นิโครธางกูร ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 กล่าวอ้างว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ที่พิจารณาและมีมติรับรองคำถามที่จะสอบถามประชาชนในการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามขั้นตอนของกฎหมาย กระบวนการจัดทำไม่ได้ดำเนินไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2564 ในส่วนของการออกเสียงประชามติ
ประกอบกับได้พบเห็นการกระทำตามที่ปรากฏในข่าวสารจากสื่อมวลชนต่างๆ ว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ให้ความเห็นเกี่ยวกับองคมนตรี การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสามดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49
ผู้ร้องยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด และอัยการสูงสุดมีหนังสือแจ้งว่า การกระทำของผู้ถูกร้องยังไม่เข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งไม่รับดำเนินการตามที่ร้องขอ
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบการพิจารณาว่า บุคคลใดจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งหมายและความประสงค์ระดับที่วิญญูชนคาดหมายได้ว่า น่าจะทำให้เกิดผลเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นได้ว่า ทั้งนายกรัฐมนรี นายณัฐพงษ์ และนายปิยบุตร กระทำการอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ดังนั้น กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน