ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) คาดการณ์ว่า เงินเฟ้อของเกาหลีใต้จะชะลอตัวลงในเดือนก.ค. เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยได้ปัจจัยหนุนจากความพยายามของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพราคาผู้บริโภค และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงหลังจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย
ลี จี-โฮ รองผู้ว่าการ BOK กล่าวในระหว่างการประชุมทบทวนแนวโน้มเงินเฟ้อในวันนี้ (2 ก.ค.) โดยระบุว่า การที่ราคาผู้บริโภคในเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้นจากระดับของเดือนพ.ค.นั้น มีสาเหตุมาจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และราคาสินค้าเกษตรปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม แม้รองผู้ว่าการ BOK มองว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอตัวลงในเดือนก.ค. แต่ก็คาดว่าเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากแรงกดดันขาลงจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงนั้น จะถูกชดเชยด้วยแรงกดดันฝั่งอุปสงค์ที่เกิดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ
การแสดงความเห็นของรองผู้ว่าการ BOK มีขึ้นหลังจากกระทรวงข้อมูลและสถิติของเกาหลีใต้รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ ปรับตัวขึ้น 3.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2566 และนับเป็นเดือนที่สองติดต่อกันที่ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้นมากกว่า 3%
การพุ่งขึ้นของดัชนี CPI สะท้อนถึงผลกระทบอันยืดเยื้อของสงครามในตะวันออกกลางที่มีต่อห่วงโซ่อุปทานและราคาน้ำมัน
รายงานของกระทรวงฯ ระบุว่า ราคาสินค้าอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 4.4% ซึ่งถูกขับเคลื่อนจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเกาหลีใต้ต้องพึ่งพาการนำเข้าอย่างมากเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานภายในประเทศ
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้น 24.7% ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 23.1% และราคาน้ำมันดีเซลทะยานขึ้น 33.7%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต