ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันพฤหัสบดี (2 ก.ค.) โดยแรงซื้อที่กระจายตัวในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมช่วยชดเชยแรงขายในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักลงทุนประเมินตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาด
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 648.35 จุด เพิ่มขึ้น 9.04 จุด หรือ +1.41%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X]ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,474.86 จุด เพิ่มขึ้น 137.57 จุด หรือ +1.65%
- ดัชนี DAX [DAX.X]ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,580.88 จุด เพิ่มขึ้น 540.60 จุด หรือ +2.16%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X]ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,652.87 จุด เพิ่มขึ้น 174.53 จุด หรือ +1.67%
ดัชนี STOXX 600 ปิดเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังมีการเปิดเผยข้อมูลระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวมากกว่าที่คาด อีกทั้งตัวเลขการจ้างงานของ 2 เดือนก่อนหน้ายังถูกปรับลดลง สะท้อนว่าตลาดแรงงานกำลังชะลอตัว และทำให้นักลงทุนลดคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นสะท้อนว่า ตลาดให้น้ำหนักราว 60% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ลดลงจากประมาณ 75% ก่อนการเปิดเผยรายงานดังกล่าว
หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์นำตลาดปรับตัวขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 3.3% ขณะที่หุ้น Bayer พุ่งขึ้น 8.9% หลังเปิดเผยว่า บริษัทได้รวมธุรกิจ Roundup ในสหรัฐฯ เข้าไว้ในหน่วยธุรกิจใหม่ชื่อ Ruveon ภายหลังได้รับชัยชนะครั้งสำคัญในคดีความ ซึ่งส่งผลให้สามารถระงับคดีในศาลของรัฐหลายพันคดีที่กล่าวหาว่า สารกำจัดวัชพืชของบริษัทเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง
กลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคปรับตัวขึ้นตามตลาด โดยกลุ่มสินค้าส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น 2% ส่วนกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 2.2% ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศปรับตัวแข็งแกร่ง ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มอากาศยานและการป้องกันประเทศเพิ่มขึ้น 3.1%
อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลดลง 2.1% ซึ่งเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ปิดในแดนลบ โดยหุ้น Soitec ร่วง 4.2% และหุ้น Aixtron ดิ่งลงเกือบ 10% หลังหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ถูกเทขายตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปรับตัวลงอย่างหนักเมื่อคืนก่อน
นักวิเคราะห์การลงทุนจาก AJ Bell กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดกำลังตั้งคำถามว่าข่าวดีทั้งหมดเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้าน AI ได้ถูกสะท้อนเข้าไปในราคาหุ้นของบริษัทผู้ผลิตแล้วหรือไม่ หุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้นมาอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา จึงทำให้นักลงทุนเริ่มมีความกังวล
ข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (1 ก.ค.) แสดงให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนในเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาด ขณะที่ คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการขยายตัวทางเศรษฐกิจมีความสมดุลมากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG ระบุว่า นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 0.25% ก่อนสิ้นปีนี้
ด้านหุ้น Sodexo พุ่งขึ้น 7.4% หลังบริษัทผู้ให้บริการจัดเลี้ยงของฝรั่งเศสปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานทั้งปี โดยอ้างอิงผลประกอบการไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่งกว่าคาด
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช