นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือกับนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ส.อ.ท. ว่า จากการประชุมความร่วมมือแนวทางขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม ระหว่างผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหาร ส.อ.ท. ซึ่ง ส.อ.ท. ได้นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเร่งด่วนและการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย โดยกระทรวงอุตสาหกรรม และ ส.อ.ท. ได้เห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมขึ้น เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทาง ติดตามผล และเร่งผลักดันประเด็นสำคัญของภาคอุตสาหกรรม
สำหรับข้อเสนอประเด็นเร่งด่วนที่ต้องการให้กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมผลักดัน มี 7 เรื่อง ได้แก่
1.การร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมรถกระบะไทย ซึ่งยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากรถกระบะ คือ โปรดักต์แชมป์เปี้ยน มีการผลิต 60% ของปริมาณการผลิตรถยนต์รวมทั้งหมด มีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสูงกว่า 90% และเพื่อรักษาการจ้างงาน 800,000 คนตลอดห่วงโซ่อุปทาน จึงเสนอแผนกระตุ้นความต้องการซื้อและการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมทั้งมาตรการด้านสินเชื่อเพื่อฐานรากและ SMEs เพื่อกระตุ้นตลาด
2.การส่งเสริมยุทธศาสตร์สินค้า Made in Thailand (MiT) โดยมีเป้าหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 200,000 ล้านบาท จากที่เน้นในอุตสาหกรรมก่อสร้าง จะขยายสู่อุตสาหกรรมระบบราง อากาศยาน และการแพทย์
3.การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรไทย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำการผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่ของอาเซียน และช่วยเหลือเกษตรกร รวมทั้งแก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลน
4.การยกระดับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยเสนอให้ดำเนินการทบทวน ร่าง พ.ร.บ. การจัดการกากอุตสาหกรรม พัฒนาระบบอนุมัติอัตโนมัติ และการผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม เช่น แยกซากอิเล็กทรอนิกส์กับซากรถยนต์ออกจากกัน
5.การยกระดับโครงการ Buy Thai เพื่อส่งเสริมสินค้าไทย ให้คนไทยซื้อของไทย และสนับสนุนให้ผู้ผลิตไทยมีแต้มต่อสามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้า และแก้ปัญหาสินค้าสวมสิทธิ์ประเทศไทย โดยจะพิจารณาเริ่มต้นจากข้อมูล รง. 8 และสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) เพื่อส่งเสริมสินค้าไทย
6.การส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดอาเซียนและสากล เนื่องจากตลาดฮาลาลโลก มีการขยายตัว 6.7% ต่อปี ขณะที่ประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดโลกลดลง โดยจะดำเนินการแก้ปัญหาอุปสรรคเรื่องระบบมาตรฐานและการรับรองที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าฮาลาลไทย
7.กลไกความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม และ ส.อ.ท.ในรูปแบบคณะทำงานร่วม โดยทั้งสองฝ่ายมีมติจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการร่วมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมขึ้น
รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ที่ตั้งขึ้นมานี้ จะร่วมกำกับทิศทางการดำเนินงาน โดยกำหนดจัดประชุมทุก 2 เดือน เพื่อจะได้ติดตามงานกัน และจะจัดตั้งคณะทำงานย่อย (Working Group) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนในแต่ละประเด็นอย่างใกล้ชิด เช่น คณะทำงานด้านการมาตรฐานและสินค้า Made in Thailand (MiT) และคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ด้าน นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า วันนี้ ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการพัฒนาเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก การเร่งพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และการค้าระหว่างประเทศที่มีความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทยในทุกระดับ
ด้วยเหตุนี้ ส.อ.ท. จึงกำหนดวิสัยทัศน์การดำเนินงานภายใต้แนวคิด The New Chapter of Thai Industry และยุทธศาสตร์ 5I เพื่อเปิดบทใหม่ของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยให้ความสำคัญกับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง การยกระดับผลิตภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม และการพัฒนาอุตสาหกรรมควบคู่กับความยั่งยืน
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ความสำเร็จของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป จะขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดย ส.อ.ท. พร้อมร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยในทุก ๆ มิติ
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์