ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (3 ก.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 69,243.68 จุด เพิ่มขึ้น 510.53 จุด หรือ +0.74%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 23,416.78 จุด เพิ่มขึ้น 361.75 จุด หรือ +1.57%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,056.78 จุด เพิ่มขึ้น 27.88 จุด หรือ +0.69%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 3.75%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 1.40%
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่ง
ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.2% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.3%
ข้อมูลของกระทรวงฯ ยังระบุด้วยว่า ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงถือเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ
นักลงทุนปรับลดคาดการณ์แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดหลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานดังกล่าว โดยล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 55% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งลดลงจากก่อนหน้านี้ที่ให้น้ำหนัก 64.1%
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของจีน หรือ RatingDog China Services PMI ซึ่งรวบรวมโดย S&P Global ชะลอตัวลงเล็กน้อยในเดือนมิ.ย. เนื่องจากการเติบโตของธุรกิจใหม่ ๆ อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม อุปสงค์จากต่างประเทศขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 20 เดือน
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมิ.ย.ปรับตัวลงแตะระดับ 54.1 จากระดับ 54.4 ในเดือนพ.ค.
อย่างไรก็ตาม ดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการของจีนยังคงมีการขยายตัว
ขณะเดียวกัน S&P Global ระบุว่า ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่นเดือนมิ.ย. ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.2 จากระดับ 50.0 ในเดือนพ.ค. สะท้อนว่าธุรกิจกลับมาขยายตัวอีกครั้งหลังจากหยุดนิ่งในเดือนก่อนหน้า
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข