ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของอินเดียจาก HSBC ซึ่ง S&P Global เป็นผู้จัดทำ ลดลงเหลือ 57.4 ในเดือนมิ.ย. จาก 59.8 ในเดือนพ.ค. ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 57.3 เล็กน้อย และถือว่าโตช้าที่สุดในรอบ 17 เดือน ขณะที่ธุรกิจใหม่โดยรวมเติบโตในอัตราที่ช้าที่สุดในรอบกว่า 2 ปีครึ่ง
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
ตัวเลขเดือนมิ.ย. ชะลอตัวลงเพราะดีมานด์ในประเทศอ่อนตัวลงมาก โดยยอดคำสั่งซื้อใหม่ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลักด้านอุปสงค์ โตช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566 แต่ได้คำสั่งซื้อส่งออกที่โตเร็วที่สุดในรอบ 3 เดือนมาช่วยพยุงไว้บางส่วน
ด้านอัตราเงินเฟ้อของต้นทุนปัจจัยการผลิตชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน เพราะราคาค่าไฟ อาหาร เชื้อเพลิง และค่าขนส่งเพิ่มขึ้นช้าลง ทำให้บริษัทต่าง ๆ ปรับขึ้นราคาขายน้อยลง โดยดัชนีย่อยราคาค่าบริการที่เรียกเก็บจากลูกค้าลดลงต่ำสุดในรอบ 7 เดือน
เมื่ออุปสงค์ชะลอตัวลง ส่งผลให้การเพิ่มการจ้างงานแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย โดยมีบริษัทเพียงประมาณ 1% ที่ระบุว่ามีการรับพนักงานเพิ่ม ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเดือนเม.ย. และพ.ค. ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นทางธุรกิจแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน เนื่องจากกังวลเรื่องการแข่งขัน เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และเงินรูปีอ่อนค่า สะท้อนถึงความระมัดระวังต่อความไม่แน่นอนของการค้าโลกและความผันผวนของตลาดการเงิน
ขณะเดียวกัน ดัชนี PMI รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นสุดท้าย ลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. เพราะผลผลิต คำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงานภาคเอกชนโตช้าลง และความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลงต่ำสุดในรอบ 5 เดือน
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช