ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (6 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลงในช่วงเช้านี้ หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส (OPEC+) มีมติปรับเพิ่มเพดานการผลิตน้ำมัน
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 69,973.34 จุด เพิ่มขึ้น 229.27 จุด หรือ +0.32%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 23,404.61 จุด เพิ่มขึ้น 54.58 จุด หรือ +0.23%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ4,059.19 จุด เพิ่มขึ้น 15.55 จุด หรือ +0.38%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 0.61%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.23%
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงในช่วงเช้านี้ และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชีย หลังจากกลุ่มโอเปกพลัสมีมติปรับเพิ่มเพดานการผลิตน้ำมันในเดือนส.ค.อีก 188,000 บาร์เรลต่อวัน จากระดับของเดือนก.ค.
มติดังกล่าวมีขึ้นในการประชุมทางออนไลน์เมื่อวันอาทิตย์ (5 ก.ค.) โดยโอเปกพลัสระบุในแถลงการณ์ว่า สมาชิกทั้ง 7 ประเทศซึ่งประกอบด้วยซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน จะปรับเปลี่ยนกำลังการผลิตด้วยความยืดหยุ่นตามสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และมีกำหนดจัดการประชุมร่วมกันอีกในวันที่ 2 ส.ค. เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับแนวโน้มการผลิตสำหรับเดือนก.ย.
ทั้งนี้ นับเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันที่โอเปกพลัสมีมติเดินหน้าเพิ่มเพดานการผลิตน้ำมัน ซึ่งเป็นการเพิ่มอุปทานน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลก ในขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกลับมาเปิดให้เรือบรรทุกน้ำมันสามารถสัญจรอย่างค่อยเป็นค่อยไป
นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันพุธ (8 ก.ค.) โดยการประชุมครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของเควิน วอร์ช ในฐานะประธานเฟดคนใหม่
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข