กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจรกรรมสกุลเงินดิจิทัลเป็นมูลค่าถึง 643 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนราวสองในสามของการโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
TRM Labs บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน เปิดเผยรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ก.ค.) ว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือขโมยคริปโทเคอร์เรนซีไปเป็นมูลค่ารวม 643 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดือนม.ค. มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็น 66.2% ของมูลค่าความเสียหายจากการแฮกคริปโทฯ ทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 972 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายงานจากบริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนครซานฟรานซิสโกชี้ว่า มูลค่าความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากการโจมตีระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ครั้งใหญ่ 2 ครั้งในเดือนเม.ย. ได้แก่ การเจาะระบบของ Drift สร้างความเสียหายไป 285 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการแฮกแพลตฟอร์ม KelpDAO สร้างความเสียหายไป 292 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยความเสียหายจากทั้งสองกรณีนี้คิดเป็นมูลค่ารวมกันสูงถึง 577 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเกือบ 60% ของมูลค่าความเสียหาย 972 ล้านดอลลาร์จากการแฮกคริปโทฯ ทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรก
แม้คริปโทฯ ที่กลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือขโมยไปได้จะมีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ทาง TRM Labs เตือนว่า ตัวเลขที่ลดลงนี้ไม่ได้หมายความว่าขีดความสามารถทางไซเบอร์ของเกาหลีเหนือลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะการแฮกขนาดใหญ่ระดับ เมกะสเกล ในปีนี้น้อยกว่าปีที่แล้ว
นอกจากนี้ บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนเฉพาะความเสียหายที่เกิดจากการโจรกรรมผ่านการแฮกเท่านั้น โดยยังไม่รวมรายได้ที่ผิดกฎหมายจากช่องทางอื่น ๆ เช่น การหลอกลวงแบบฟิชชิง (Phishing), การหลอกลงทุนคริปโทฯ และการที่แรงงานไอทีชาวเกาหลีเหนือปลอมแปลงประวัติเป็นพนักงานต่างชาติ ซึ่งหมายความว่ารายได้ที่แท้จริงของรัฐบาลเปียงยางที่เกี่ยวข้องกับคริปโทฯ อาจสูงกว่านี้มาก
สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น กำลังยกระดับความร่วมมือในการต่อต้านปฏิบัติการทางไซเบอร์ของเกาหลีเหนือ โดยทั้งสามประเทศได้จัดประชุมคณะทำงานไตรภาคีว่าด้วยภัยคุกคามทางไซเบอร์ของเกาหลีเหนือ ครั้งที่ 5 ณ กรุงวอชิงตัน ระหว่างวันที่ 25-26 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือหันไปพึ่งพาอาชญากรรมทางไซเบอร์มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ และนำเงินไปใช้ในโครงการพัฒนาอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง รวมถึงโครงการขีปนาวุธที่ผิดกฎหมาย โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยกับวอยซ์ ออฟ อเมริกา ว่า การโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีและการฟอกเงิน ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุทธศาสตร์นี้
โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท/รัตนา พงศ์ทวิช