นายกฯ แจงสว.โอนงบ 1.03 หมื่นล้าน รองรับภารกิจเร่งด่วน ย้ำคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ข่าวเศรษฐกิจ Monday July 6, 2026 12:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายกรัฐมนตรี เสนอวุฒิสภา (สว.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณ 1.03 หมื่นล้านบาท รองรับภารกิจเร่งด่วน ย้ำใช้งบคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. . ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหน่วยรับงบประมาณบางรายรายการ จำนวน 10,328,065,100 บาท ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาฟื้นฟูและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ต่างๆ รวมทั้งกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนอื่นๆ โดยการที่นำไปจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. . มีดังนี้

1. รายจ่ายประจำในทุกงบรายจ่ายที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายและไม่มีข้อผูกพันหรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้ ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 อาทิ ค่าใช้จ่ายในการสัมมนา การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์ และการเดินทางราชการไปต่างประเทศ

2. รายจ่ายลงทุนในทุกงบรายจ่าย อาทิ รายการปีเดียวและรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณที่ยังไม่สามารถประกาศประกวดราคาหรือจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในวันที่ 2 มิ.ย. 69 หรือ รายการที่หน่วยรับงบประมาณพิจารณาแล้วเห็นว่า หมดความจำเป็นและต้องการยกเลิกหรือสามารถชะลอการดำเนินการได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ หรือไม่สามารถเบิกจ่ายได้ในปีงบประมาณ 2569

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการจัดทำร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายในครั้งนี้ รัฐบาลได้คำนึงถึงการบริหารงบประมาณรายจ่ายในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปีงบประมาณ ตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐที่จำเป็นในการให้บริการสาธารณะภาครัฐ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามสิทธิและสวัสดิการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม รวมทั้งการสร้างงานและรายได้ในระดับพื้นที่ ตลอดจนรายจ่ายตามข้อผูกพันต่างๆ ที่ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ บนพื้นฐานที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายพิจารณา โดยไม่มีการแก้ไข

นายกรัฐมนตรีได้ถือโอกาสนี้ขอบคุณประธานและสมาชิกวุฒิสภาทุกคนที่จะได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายฉบับนี้ สำหรับข้อคิดเห็น ข้อคำแนะนำ ข้อเสนอ รวมทั้งความห่วงใยที่สมาชิกวุฒิสภาจะได้กรุณาเสนอแนะไว้ตลอดระยะเวลาการประชุม รัฐบาลจะขอรับไว้ด้วยความขอบคุณ และจะนำไปประกอบการพิจารณาเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณมีความคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป

*เอกนิติ ย้ำ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านจำเป็น ฝ่าวิกฤตพลังงาน หวังดึงเอกชนร่วมลงทุน PPP กู้เศรษฐกิจ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า การเร่งเบิกจ่ายช่วยได้ในส่วนหนึ่ง แต่ปัจจุบันเราเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต จึงต้องมีการโอนงบประมาณ จากโครงการที่ยังไม่ได้จัดซื้อจัดจ้าง เมื่อนำมาเป็นงบในส่วนของการประคองเศรษฐกิจ และชะลอผลกระทบวิกฤต

นายเอกนิติ กล่าวว่า การพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งอยู่ในชั้นของกรรมาธิการ ตั้งใจให้เป็นงบฯที่โปร่งใส เปิดเผย ไม่หมกเม็ด และยึดหลักวินัยการคลัง โดยจะมีการถ่ายทอดสดทุกครั้งที่มีการพิจารณาของกรรมาธิการงบประมาณ ถือเป็นการยกระดับความโปร่งใส

ขณะเดียวกันจะต้องมีการเร่งงบลงทุน โดยเป็นการลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อมาสนับสนุนการลงทุนในประเทศ รวมถึงกระบวนการร่วมภาครัฐและเอกชนหรือ PPP เพื่อให้เป็นปีแห่งการลงทุน

ทั้งนี้ นายเอกนิติ ยังระบุอีกว่า ยังจำว่า วันนี้เราต้องเร่งดำเนินการใน 3 เรื่อง คือ การประคองเศรษฐกิจในระยะสั้น เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน และต้องเร่งปฏิรูปเพื่อเน้นการลงทุน

*ลั่นไทยรอไม่ได้ หลังศาลเตรียมชี้ขาด 9 ก.ค.นี้

ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท วันที่ 9 ก.ค.นี้ นายเอกนิติ กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีการพิจารณา วันนี้สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด คือ เราพยายามชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน โดยหวังว่า การชี้แจงของรัฐบาลมีความจำเป็น ที่ประเทศไทยต้องพึ่งพาพลังงานมากและต้องการช่วยเหลือประชาชน

นายเอกนิติ ย้ำว่า นี่คือเรื่องความมั่นคงของเศรษฐกิจ เพราะวันนี้การที่เราพึ่งพาน้ำมันเป็นจำนวนมาก สะท้อนตัวเลขจริงแล้ว เพราะตัวเลขดุลบัญชีในเงินสะพัดที่ขาดดุล ส่วนหนึ่งและส่วนใหญ่มาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โยยังไม่รู้ว่า วันนี้สงครามจะจบอย่างไร แต่ที่แน่ๆคือโครงสร้างพื้นฐานพลังงานโลก ถูกทำลายไปเยอะ โรงกลั่นก็ถูกทำลายไปมาก ฉะนั้น คือ เหตุผลที่ทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินที่ยังคงสูงอยู่

ส่วนหากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่เป็นคุณต่อรัฐรัฐบาล รัฐบาลได้มีการเตรียมแผนสำรองหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้เราต้องใช้ทุกภาคส่วน และสิ่งที่สำคัญตนคิดว่า แผนที่เราดำเนินการอยู่ คือ พยายามนำภาคเอกชนเข้ามาช่วย มาร่วมลงทุน ซึ่งการเปลี่ยนผ่านอย่างไรเราก็ต้องมีเอกชนเข้ามาร่วมอยู่แล้ว เราจึงจับมือกับเอกชนผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ซึ่งงบประมาณที่จะนำมาช่วยจะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้เร็วขึ้น ต้องบอกตรง ๆ ว่า วันนี้ประเทศไทยจะรอให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้ แต่หากรอก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอ และหากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงสูง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เราต้องนำเข้าน้ำมัน เพราะฉะนั้นวันนี้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยเปราะบางมาก

ทั้งนี้ โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้ส่งเข้าคณะกรรมการการกรองของกระทรวงการคลังแล้วหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า เรื่องนี้เราได้มีการพูดคุยกันแล้ว โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสะอาด หรือโซลาร์เซลล์ และการเปลี่ยนผ่านเรื่องพลังงานรถยนต์ให้มีการใช้รถยนต์ใช้ไบโอดีเซล ใช้พลังงานชีวมวล ชีวภาพ และผลพลอยได้ก็จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ