ที่ประชุมวุฒิสภา ลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. . 146 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 เสียง และงดออกเสียง 20 เสียง จึงถือว่าร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ ได้ผ่านการพิจารณา และเข้าสู่กระบวนการประกาศใช้ต่อไป
นายศุภโชค ศาลากิจ สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามการบริหารรงบประมาณ สว. ได้นำเสนอรายงานศึกษาล่วงหน้า ต่อที่ประชุมว่า สำหรับรายการที่โอนงบประมาณมายังงบกลาง เพื่อสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินและจำเป็นน แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 683 ล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 9,645 ล้านบาทนั้น
กมธ. มีความเข้าใจเหตุผลต่อการโอนงบประมาณ แต่มีข้อห่วงใย คือ การดึงงบลงทุนไปใช้ส่งผลให้เงินที่ใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานลดลงจากแผนเดิม กระทบต่อขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ กมธ. จึงเสนอให้จัดเงินชดเชยให้กับโครงการดังกล่าวในปีงบประมาณถัดไป รวมถึงวางแผนรัดกุมภายใต้กฎหมายการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด
นอกจากนั้น ปัญหาเร่งใช้เงินเพื่อกันการตัดงบของหน่วยงานต่าง ๆ นั้น กมธ.พบว่ารัฐบาลประกาศคืนเงินดังกล่าวช่วงก่อนเดือน เม.ย.69 แต่กลับกำหนดวันตัดยอดจริง 2 มิ.ย.69 หากพิจารณาเทียบผลดำเนินงานว่า ผลการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 61.68% สิ้นเดือนมี.ค. เพิ่มเป็น 77.79% ในวันที่ 5 มิ.ย. โดยเพิ่มขึ้น 16.11%
สิ่งที่สังเกตได้ 31 พ.ค. 5 มิ.ย. เพียง 5 วัน มียอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 3.15% โดยปกติเดือนมี.ค.-เม.ย. และ เม.ย.-พ.ค. มีค่าเฉลี่ย 6-7% สะท้อนให้เห็นว่า หน่วยงานราชการเร่งก่อหนี้ผูกผัน และเร่งเบิกจ่ายเพื่อไม่ให้เงินถูกดึงกลับ แม้ทำถูกต้องทำระเบียบ แต่ทำโครงการที่มีข้อจำกัดด้านเวลา อาจทำให้มีผลต่อคุณภาพของงาน ผู้รับจ้าง ความคุ้มค่าของเงินที่ลงทุน นายศุภโชค กล่าว
พร้อมระบุถึงความโปร่งใสในการใช้งบกลาง เพราะการอนุมัติใช้งบกลาง อยู่ที่การตัดสินใจของฝ่ายบริหารโดยตรง แม้ทำให้การแก้วิกฤติรวดเร็ว แต่เสี่ยงของการใช้เงินที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ยาก กมธ.ขอเน้นว่าทุกโครงการที่จะขอรับเงินก้อนดังกล่าว ต้องระบุตัวเลข ผลชี้วัด ผลลัพธ์ที่ชัดเจน เพื่อให้รัสภา และประชาชนติดตามตรวจสอบ
ขณะเดียวกัน ควรยกระดับการจัดทำงบประมาณของประเทศอย่างเป็นระบบ ให้สอดคล้องกับฐานะการเงินของประเทศ และแก้ปัญหาประชาชนได้จริง ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย โดยไม่ต้องการได้ยินว่า รัฐเสียค่าโง่ ซ้ำอีก
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ กล่าวถึงกรณีที่หน่วยงานราชการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ก่อนที่งบจะถูกโอนเข้างบกลางว่า เข้าใจดี เพราะไม่มีหน่วยงานไหนที่เต็มใจคืนเงินให้รัฐบาลกลาง เพื่อให้บริหารจัดการแบบอื่น จึงต้องเร่งรัดเบิกจ่าย
ทั้งนี้ ตัวเลขการเบิกจ่ายไตรมาส 2 และต่อเนื่องมาไตรมาส 3 สูงขึ้น 6-7% จึงเป็นสัญญาณที่บอกว่า ไม่มีหน่วยงานราชการไหนที่อยากโอนเงินคืนให้กับรัฐบาล โดยได้พยายามเร่งรัดการใช้งบประมาณ ซึ่งเป็นเหตุผลให้ตัวเลขการโอนงบประมาณลดลงจากคาดการณ์เดิม เหลือเพียง 1.03 หมื่นล้านบาท
ในฐานะตัวแทนรัฐบาล ขอบคุณสำหรับทุกข้อสังเกต ทุกข้อห่วงใย ที่ฝากถึงรัฐบาล และหากลงมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฉบับนี้ ตามที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอมา เราจะพยายามใช้เงินงบประมาณของประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด และที่สำคัญจะทำให้ถึงมือประชาชนมากที่สุด ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และที่สำคัญเราจะไม่ใช้เงินงบประมาณไปเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของรัฐบาล ของพรรคการเมือง หรือของพวกตัวเอง นายภราดร กล่าว
โดย รฐฦ/รัชดา คงขุนเทียน