Smart Green ถอดรหัส กฎหมายเพื่อความยั่งยืน: CBAM Effect เมื่อกฎหมายสภาพภูมิอากาศของยุโรป กำลังเปลี่ยนเกมอุตสาหกรรมไทย

ข่าวทั่วไป Monday July 6, 2026 15:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ในอดีต เวลาพูดถึง นโยบายสิ่งแวดล้อม หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของการปลูกต้นไม้ ลดพลาสติก หรือการประชุมโลกร้อนของผู้นำประเทศ

แต่วันนี้ โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ กฎหมายสภาพภูมิอากาศ กำลังกลายเป็น กติกาทางเศรษฐกิจ รูปแบบใหม่ของโลก และหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในเวลานี้ คือ CBAM หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism ของสหภาพยุโรป

CBAM คือมาตรการที่ยุโรปเริ่มใช้เพื่อเก็บ ต้นทุนคาร์บอน จากสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย และไฟฟ้า หากสินค้านั้นผลิตในประเทศที่มีมาตรการลดคาร์บอนต่ำกว่ายุโรป ผู้ส่งออกอาจต้องจ่ายต้นทุนเพิ่มเติมเมื่อนำสินค้าเข้าสู่ตลาดยุโรป

พูดง่าย ๆ คือ โลกกำลังเริ่มคิดว่า สินค้าที่ปล่อยคาร์บอนสูง ควรมีต้นทุนสูงขึ้น

แม้รายงาน State and Trends of Carbon Pricing 2026 ของ World Bank จะประเมินว่า CBAM ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงประมาณ 0.3% ของโลก แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจกลับใหญ่กว่าตัวเลขนั้นมาก เพราะ CBAM กำลังเปลี่ยน กฎการแข่งขัน ของอุตสาหกรรมโลก

ยุโรปไม่ได้มอง CBAM เป็นเพียงมาตรการสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเครื่องมือปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ และเร่งการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจสีเขียวไปพร้อมกัน

ก่อนหน้านี้ โรงงานในยุโรปต้องจ่ายต้นทุนคาร์บอนผ่านระบบ EU ETS ซึ่งเป็นระบบซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่สินค้านำเข้าจากบางประเทศกลับไม่มีต้นทุนดังกล่าว ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Carbon Leakage หรือการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีกฎสิ่งแวดล้อมต่ำกว่า CBAM จึงถูกออกแบบมาเพื่อ ปรับสนามแข่งขันให้เท่ากัน

ผลลัพธ์คือ ประเทศคู่ค้าของยุโรปจำนวนมากเริ่มเร่งออกกฎหมาย Climate Policy ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ETS, Carbon Tax หรือ Climate Change Law เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมภายในประเทศ

World Bank ระบุว่า ปัจจุบันโลกมีมาตรการ Carbon Pricing แล้วถึง 87 ระบบ ครอบคลุมประมาณ 29% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของโลก และหากนโยบายที่อยู่ระหว่างการพัฒนาถูกนำมาใช้ครบ ภายในปี 2030 โลกเกือบ 1 ใน 3 จะอยู่ภายใต้ระบบ Carbon Pricing

หลายประเทศในเอเชียเริ่มขยับเร็วมาก ญี่ปุ่นเริ่มใช้ GX-ETS อย่างเป็นทางการในปี 2026 ครอบคลุมบริษัทมากกว่า 700 บริษัท และมากกว่าครึ่งหนึ่งของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งประเทศ ขณะที่สิงคโปร์เพิ่มอัตรา Carbon Tax ถึง 80% ภายในปีเดียว เพื่อผลักดันประเทศให้เป็นศูนย์กลาง green finance และ carbon services ของภูมิภาค

จีนเองก็มี ETS ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเชิงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และกำลังขยายระบบไปยังภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

คำถามสำคัญคือ แล้วประเทศไทยพร้อมแค่ไหน

ปัจจุบันไทยกำลังเดินหน้า Climate Change Bill และเริ่มศึกษาแนวทาง Carbon Tax และ ETS มากขึ้น ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมไทยจำนวนมากกำลังเผชิญแรงกดดันจาก Supply Chain ระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่ม เหล็ก ปิโตรเคมี ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ Data Center และพลังงาน บริษัทข้ามชาติ นักลงทุน และลูกค้าในต่างประเทศเริ่มถามหาข้อมูล Carbon Footprint มากขึ้นเรื่อย ๆ

ในอนาคต การแข่งขันอาจไม่ได้อยู่แค่เรื่อง ต้นทุนแรงงาน หรือ ค่าไฟฟ้า อีกต่อไป แต่รวมถึงคำถามว่า โรงงานของคุณปล่อยคาร์บอนเท่าไร และนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะโลกกำลังเปลี่ยนจาก Free Carbon Economy ไปสู่ Carbon-Accounting Economy

ในอดีต การปล่อยคาร์บอนแทบไม่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจโดยตรง แต่ในอนาคต คาร์บอนจะกลายเป็นต้นทุนที่วัดได้ คำนวณได้ และถูกใช้เป็นเงื่อนไขทางการค้า

สิ่งที่ไทยต้องระวังคือ หากไทยปรับตัวช้า อุตสาหกรรมไทยอาจถูกมองว่าเป็น High-Carbon Supply Chain ซึ่งจะกระทบทั้งการส่งออก การดึงดูดการลงทุน และความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากไทยสามารถออกแบบนโยบายได้ดี นี่อาจเป็นโอกาสครั้งใหญ่เช่นกัน ประเทศไทยมีศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนสูง มีฐานการผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และอาจกลายเป็นศูนย์กลางใหม่ของ Data Center และ EV Supply Chain ในภูมิภาค

หากสามารถเชื่อม Climate Policy เข้ากับ Industrial Policy ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไทยอาจเปลี่ยนแรงกดดันจาก CBAM ให้กลายเป็น โอกาสในการยกระดับเศรษฐกิจ ได้

ท้ายที่สุด CBAM อาจไม่ได้เป็นเพียง ภาษีคาร์บอน แต่กำลังเป็นสัญญาณว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ที่กฎสิ่งแวดล้อมจะมีผลต่อการค้า การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดย ดุษดี ดุษฎีพาณิชย์

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ESG การค้าการลงทุน และอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ