บลจ.ทิสโก้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิด ทิสโก้ Semiconductor (TSEMICON) ลงทุนในกองทุน VanEck Semiconductor ETF เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โอกาสใหม่กับการลงทุนในธุรกิจที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของโลกยุคใหม่ เติบโตไปพร้อมกับความต้องการใช้งาน AI ทั่วโลก เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 6-13 กรกฎาคม 2569
นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บลจ. ทิสโก้ เปิดเผยว่า ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจโลก หนึ่งในธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญอย่างเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) หรือชิปประมวลผล กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญที่สุด เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตั้งแต่ Data Center, Cloud Computing, สมาร์ตโฟน, รถยนต์ไฟฟ้า, ระบบอัตโนมัติ ไปจนถึง AI ขั้นสูงที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาล
โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชิป สามารถแยกออกได้หลายประเภท ได้แก่ บริษัทผู้ผลิต เช่น TSMC บริษัทผู้ออกแบบและผลิต เช่น Intel บริษัทที่เน้นเฉพาะการออกแบบ เช่น NVIDIA และบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับผลิตชิป เช่น ASML ซึ่งภาคธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ล้วนแต่เป็นบริษัทที่มีรายได้และอัตรากำไรจากการดำเนินงานเติบโตในระดับสูงตามความต้องการใช้งาน AI ที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดย CLSA คาดการณ์ว่ารายได้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จะทำได้ถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สะท้อนการขยายตัวของความต้องการชิปจากหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพียง AI เท่านั้น แต่รวมถึง Cloud, 5G, รถยนต์ไฟฟ้า, อุปกรณ์ IoT และระบบประมวลผลขั้นสูง
ดังนั้น เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างกำไรไปกับธุรกิจที่เปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลก บลจ.ทิสโก้จึงเปิดเสนอขาย กองทุนเปิด ทิสโก้ Semiconductor (TSEMICON) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในกองทุน VanEck Semiconductor ETF ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แนสแดค สหรัฐฯ เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 6-13 กรกฎาคม 2569
เซมิคอนดักเตอร์ ไม่ได้เป็นเพียงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป แต่เป็นสมอง ของอุปกรณ์ดิจิทัลเกือบทุกประเภท ยิ่งโลกต้องการประมวลผลข้อมูลมากขึ้น ความต้องการชิปก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในยุค AI ที่ต้องใช้ชิปประสิทธิภาพสูง เช่น GPU, Memory Chip, CPU และชิปสำหรับ Data Center ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือ Hyperscalers เช่น Amazon, Microsoft, Alphabet และ Meta ยังคงเพิ่มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะ Data Center และระบบประมวลผล AI ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการชิปขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง นายสาห์รัชกล่าว
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร