นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM)กล่าวว่า ปัจจุบันโจทย์ของนักลงทุนไม่ได้อยู่ที่การเลือกระหว่าง การเติบโต หรือ ความมั่นคง แต่คือการหาวิธีลงทุนที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างทั้งสองสิ่งได้ แม้ SCBAM จะยังเชื่อมั่นว่ากระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรการเติบโต และจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ อีกหลายปีข้างหน้า โดยเฉพาะบริษัทในดัชนี Nasdaq-100 ที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก แต่หลังจากตลาดปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนก็ต้องเผชิญกับความผันผวนที่เพิ่มขึ้นจากแรงขายทำกำไร ทิศทางอัตราดอกเบี้ย รวมถึงปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้การลงทุนในระยะนี้ควรให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงของพอร์ต
จากสภาวะตลาดดังกล่าว SCBAM จึงเปิดเสนอขาย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Nasdaq Equity Premium Income (SCBNDQPIN)และ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Nasdaq Equity Premium Income Unhedged (SCBNDQPINUH)เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนเชิงรุกในหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ ผ่านการคัดเลือกหุ้นจากดัชนี Nasdaq-100 พร้อมสร้างกระแสรายได้จากการขายสัญญาออปชัน เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนที่สมดุลและมีส่วนช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน
โดยลงทุนผ่านกองทุนหลัก Nasdaq Equity Premium Income Active UCITS ETF (JEQA) ซึ่งบริหารจัดการโดย J.P. Morgan Asset Management ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้ง กองทุนหลักมีความผันผวนเฉลี่ย 20.73% ต่อปี ต่ำกว่าดัชนี Nasdaq-100 ซึ่งมีความผันผวนเฉลี่ย 26.85% ต่อปี (ข้อมูล ณ พ.ค. 2569) สะท้อนถึงศักยภาพของกลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างโอกาสการเติบโต การสร้างกระแสรายได้ และการบริหารความเสี่ยงในภาวะตลาดที่มีความผันผวน
สำหรับรูปแบบการลงทุนกองทุน SCBNDQPINมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน สามารถเลือกลงทุนได้ทั้งชนิดสะสมมูลค่า ชนิดจ่ายเงินปันผล และชนิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ ขณะที่กองทุนSCBNDQPINUHมีนโยบายไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Unhedged) เปิดให้ลงทุนในรูปแบบรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ โดยทั้งสองกองทุนเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 713 กรกฎาคม 2569 เริ่มต้นลงทุนเพียง 1,000 บาท
นายณรงค์ศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ แต่ต้องการลดความผันผวนของพอร์ตและมีโอกาสรับกระแสรายได้ระหว่างการลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากทิศทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทำให้การกระจายการลงทุนและการเลือกใช้กลยุทธ์ที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างการเติบโต การสร้างรายได้ และการบริหารความเสี่ยง มีความสำคัญต่อการลงทุนระยะยาวมากยิ่งขึ้น