ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันอังคาร (7 ก.ค.) โดยถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอด NATO เพื่อหาสัญญาณว่า กลุ่มอุตสาหกรรมใดจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหม
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 646.29 จุด ลดลง 4.21 จุด หรือ -0.65%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X]ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,436.24 จุด ลดลง 43.63 จุด หรือ -0.51%
- ดัชนี DAX [DAX.X]ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,465.25 จุด ลดลง 352.64 จุด หรือ -1.37%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X]ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,665.88 จุด เพิ่มขึ้น 14.11 จุด หรือ +0.13%
ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปิดลดลง หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันจันทร์ ก่อนอ่อนตัวลงในช่วงปิดตลาด
หลังจากฟื้นตัวจากz]กระทบที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หุ้นยุโรปเคลื่อนไหวในกรอบแคบ.oสัปดาห์นี้ เนื่องจากนักลงทุนรอปัจจัยใหม่จากฤดูกาลประกาศผลประกอบการ และความคืบหน้าจากการประชุมสุดยอด NATO
ผู้นำ NATO เปิดเผยข้อตกลงด้านอาวุธมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในวันอังคาร ซึ่งตอกย้ำว่าประเทศสมาชิกกำลังตอบรับต่อแรงผลักดันจากสหรัฐฯ ให้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเพื่อป้องกันยุโรป
นักกลยุทธ์จาก Atlantic Council ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุในบันทึกว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นสัญญาณเตือนที่รุนแรงแต่จำเป็นสำหรับประเทศต่าง ๆ ในยุโรป แม้ว่าการตอบสนองของแต่ละประเทศจะไม่เท่ากัน แต่ยุโรปได้เรียนรู้บทเรียนและกำลังเพิ่มการลงทุนตามนั้น
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มกลาโหมปรับตัวลง 2.5% ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วง 3.6% ท่ามกลางความกังวลว่าการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มชิปตลอดไตรมาสที่ผ่านมาได้ผลักดันมูลค่าหุ้นในกลุ่มนี้สูงเกินไป โดยหุ้น ASML ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมชิป ร่วงลง 7.3%
หุ้น Samsung Electronics ของเกาหลีใต้เป็นปัจจัยที่จุดชนวนแรงขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก โดยราคาหุ้นปรับตัวลงแม้บริษัทคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ขณะที่ดัชนี Nasdaq ของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทลดลงเกือบ 0.7%
นักวิเคราะห์ของ XTB กล่าวว่า ภาวะดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการโยกย้ายการลงทุนไปยังหุ้นในกลุ่มที่ราคาถูกกว่า ได้รับความนิยมน้อยกว่า และพึ่งพาเทคโนโลยีน้อยกว่า โดยตลาดกำลังขยายการลงทุนไปยังหุ้นในวงกว้างมากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาหุ้นเพียงไม่กี่กลุ่มเป็นผู้นำตลาด
ด้านนักวิเคราะห์ของ Trade Nation มองว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่า ตลาดกำลังพักฐานหลังจากปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง มากกว่าจะเป็นสัญญาณของการสูญเสียความเชื่อมั่นในวงกว้าง
เขาระบุว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดยังคงเป็นบวก โดยราคาพลังงานที่ลดลง อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนที่ชะลอตัว และสัญญาณว่าตลาดแรงงานของสหรัฐฯ เริ่มชะลอลง ล้วนช่วยสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยง
หุ้น Soitec ผู้จัดหาวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมชิปของฝรั่งเศส ดิ่งลง 17% ขณะที่หุ้น AT&S ผู้ผลิตแผงวงจรไฟฟ้า ร่วง 10.4% และหุ้น STMicroelectronics ผู้ผลิตชิปสัญชาติฝรั่งเศส-อิตาลี ร่วงลง 8.1%
หุ้น Siemens Energy ร่วง 8.9% หลัง Barclays ปรับลดคำแนะนำลงทุนของบริษัทลงสู่ระดับ underweight จาก equal-weight
หุ้น Saab ผู้ผลิตอุปกรณ์ป้องกันประเทศของสวีเดน ปรับตัวขึ้น 4.1% หลัง Morgan Stanley ปรับเพิ่มคำแนะนำลงทุนเป็น overweight จาก underweight นอกจากนี้ NATO ยังระบุว่า จะจัดซื้อเครื่องบินลาดตระเวน GlobalEye ของบริษัทสูงสุด 10 ลำ
หุ้น Renault ปรับตัวขึ้น 0.7% หลังมีรายงานว่า BYD ของจีนได้ติดต่อเพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการเข้าถือหุ้นในผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศสรายนี้ถึงสองครั้ง
หุ้น Shell ปรับตัวขึ้น 3.4% หลังบริษัทพลังงานรายใหญ่ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลการดำเนินงานของธุรกิจก๊าซครบวงจรในไตรมาส 2 เล็กน้อย
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช