สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (7 ก.ค. )หลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย. ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 10.10 ดอลลาร์ หรือ 0.24% ปิดที่ 4,157.40 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น หลังจากอิหร่านได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรวมถึงเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของกาตาร์ ส่งผลให้สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการประกาศเพิกถอนใบอนุญาตการขายน้ำมันดิบของอิหร่าน
นักลงทุนกังวลว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอาจผลักดันให้เฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น หรืออาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
นักวิเคราะห์จาก Zaner Metals ให้ความเห็นว่า สถานการณ์ในขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าเฟดน่าจะมุ่งเน้นไปที่การควบคุมเงินเฟ้อ และการตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้นก็ดูเหมือนจะเป็นแนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดของเฟด
ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 60% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
สำหรับความเคลื่อนไหวด้านอื่น ๆ นั้น ธนาคารกลางจีนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ส่งผลให้ปริมาณทองคำสำรองของจีนพุ่งแตะ 75.44 ล้านออนซ์ ณ สิ้นเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นจากระดับ 74.96 ล้านออนซ์ในเดือนพ.ค.
นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย. ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันนี้ (8 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมครั้งแรกของเควิน วอร์ช ในฐานะประธานเฟดคนใหม่
โดย รัตนา พงศ์ทวิช