บมจ.เมดีซ กรุ๊ป [MEDEZE] ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และ บริษัท เครตาน แอสโซซิเอท จำกัด เพื่อจัดตั้ง บริษัท จีพีโอ เมดีซ เอ็มพาวเวอร์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 105 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโรงงานผลิตน้ำยาเพาะเลี้ยงเซลล์ (Cell Culture Media) และระบบนิเวศสำหรับผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) แห่งแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมมองโอกาส่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต
โครงสร้างการถือหุ้นและแผนการดำเนินงาน บริษัทร่วมทุนใหม่นี้มีสัดส่วนการถือหุ้นประกอบด้วย MEDEZE 60%, บริษัท เครตาน แอสโซซิเอท 25% และ องค์การเภสัชกรรม 15% โดยโครงการนี้มีแผนจะใช้โรงงานเดิมในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีเพื่อความรวดเร็วในการติดตั้งเครื่องจักรและปรับปรุงพื้นที่ให้ได้มาตรฐาน GMP ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 18 เดือน และพร้อม เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปลายปี 2567 หรือต้นปี 2571
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ในฐานะศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ หรือ Medical Hub ด้วยศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ คุณภาพของสถานพยาบาล และความเชื่อมั่นจากผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศอย่างไรก็ตาม เป้าหมายสำคัญในระยะต่อไป คือ การยกระดับจากการเป็นประเทศที่มีบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ สู่การเป็นประเทศที่สามารถสร้างองค์ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยี และเป็นเจ้าของนวัตกรรมทางการแพทย์ของตนเอง
หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของอนาคต คือ Advanced Therapy Medicinal Products หรือ ATMPs ซึ่งเป็นการแพทย์ขั้นสูง ครอบคลุมทั้งเซลล์บำบัด ยีนบำบัด และเทคโนโลยีชีวภาพ ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแนวทางการดูแลรักษาโรคทั่วโลก ATMPs ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมทางการแพทย์ แต่เป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การลงทุนด้านเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงในวันนี้ จึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต เป็นการสร้างรากฐานให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่การเป็น Medical Innovation Hub อย่างแท้จริง
ขณะที่แพทย์หญิงมิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า การผสานจุดแข็งของภาครัฐและภาคเอกชน จะช่วยสร้างระบบนิเวศด้าน Biotechnology ของประเทศ ตั้งแต่การพัฒนา การผลิต ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์จริง โดยทุกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือนี้ จะต้องผ่านกระบวนการประเมินและรับรองมาตรฐานขององค์การเภสัชกรรมในทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่ามีคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ก่อนส่งต่อสู่การใช้ประโยชน์ในระบบสาธารณสุขของประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการแพทย์ไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มโอกาสให้คนไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาที่ก้าวหน้าได้มากยิ่งขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างองค์กรใหม่ แต่คือการวางรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งอนาคต และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical Innovation Hub ในระดับภูมิภาค
นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MEDEZE เปิดเผยว่า การสร้างโรงงานครั้งนี้เป็นการวางรากฐานสำคัญของระบบนิเวศ ATMP เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน หรือญี่ปุ่น ซึ่งหากมีการระงับการส่งออกจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซลล์บำบัดในไทยทันที นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนการผลิตและค่ารักษาด้วยเซลล์บำบัดลงได้ประมาณ 3050% เนื่องจากน้ำยาเลี้ยงเซลล์ถือเป็นต้นทุนติดอันดับ 1 ใน 3 ของธุรกิจนี้
จุดเด่นและการต่อยอดนวัตกรรม
- การผสานความเชี่ยวชาญ: องค์การเภสัชกรรมจะเข้ามาช่วยในด้านกระบวนการผลิตที่ต้องมีความสะอาดสูงและปราศจากการปนเปื้อน (ความเชี่ยวชาญด้านยาและน้ำเกลือ) ในขณะที่ MEDEZE จะเป็นผู้สนับสนุนด้านสูตรน้ำยาเลี้ยงเซลล์ที่ได้จดสิทธิบัตรไว้แล้ว
- หยุดการไหลออกขององค์ความรู้: นายแพทย์วีรพลระบุว่าที่ผ่านมาอาจารย์มหาวิทยาลัยมักส่งสูตรน้ำยาไปผลิตแบบ OEM ที่ต่างประเทศ ทำให้ไทยสูญเสียองค์ความรู้ แต่โรงงานนี้จะรองรับการผลิตสเกลเล็กเพื่อช่วยรวบรวมงานวิจัยจากภาคการศึกษามาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จริง
- กำลังการผลิต: การผลิต Cell Culture Media แบบ Liquid Media ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของการเพาะเลี้ยงเซลล์ ภายใต้กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP ในเฟสแรกตั้งเป้าผลิตแประมาณ 150,000 ลิตรต่อปี โดยครึ่งหนึ่งจะใช้ในกิจการของ MEDEZE และอีกครึ่งหนึ่งจะจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชีย
- เป้าหมายในอนาคต: มีแผนจะต่อยอดสู่การสังเคราะห์โปรตีนในอีก 4-5 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทานอย่างครบวงจร
ด้านนายปิยวัชร ราชพลสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เครตาน แอสโซซิเอท จำกัด (ในนามกองทุน Heracle Capital) กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนในธุรกิจ Healthcare และ Longevity เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตในระดับภูมิภาค โดยน้ำยาเลี้ยงเซลล์นี้จะกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญ (Raw Material) ในการขยายธุรกิจแฟรนไชส์ JuzPlus ไปยังต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ในรูปแบบ Licensing และค่าลิขสิทธิ์ พร้อมทั้งควบคุมคุณภาพมาตรฐานของเซลล์ได้ดียิ่งขึ้น
การผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและเอกชนครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Medical Innovation Hub ของเอเชีย แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและความยั่งยืนให้กับประชาชนไทยในการเข้าถึงการรักษาขั้นสูงในราคาที่จับต้องได้
สำหรับแผนการสังเคราะห์โปรตีนเป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานระบบนิเวศการแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) ในอนาคตของ MEDEZE มีแผนที่จะสร้างโรงงานสังเคราะห์โปรตีนภายในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า เพื่อนำมาต่อยอดระบบน้ำยาเพาะเลี้ยงเซลล์ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain บริษัทจะวิเคราะห์ว่าโปรตีนชนิดใดที่เป็น คอขวด หรือต้องพึ่งพาต่างประเทศสูงและมีความจำเป็นต้องใช้ในปริมาณมาก เพื่อเลือกโปรตีนชนิดนั้นมาทำการสังเคราะห์เป็นหลัก
ปัจจุบันมีการทำงานวิจัยร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว โดยในปีหน้า (พ.ศ. 2570) จะเริ่มขยายสเกลงานวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการ หลังจากนั้นจะดำเนินการออกแบบโครงสร้างห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน GMP และจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อดำเนินการสังเคราะห์โปรตีนเชิงพาณิชย์ต่อไป
การสังเคราะห์โปรตีนนี้จะส่งผลดีต่อคุณภาพของเซลล์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ATMP เพื่อการรักษาคนไข้อย่างยั่งยืนในอนาคต