ลุ้นศาลรธน.ชี้ชะตาพ.ร.ก.กู้เงินฯ พรุ่งนี้ ปชน. กาง 2 ฉากทัศน์ จี้รัฐบาลรับผิดชอบหากถูกคว่ำ

ข่าวการเมือง Wednesday July 8, 2026 15:17 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

พรรคประชาชน (ปชน.) เปิด 2 ฉากทัศน์ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เผยรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ หาก 9 ก.ค. นี้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคว่ำงบ ปมงบพลังงาน 2 แสนล้านบาท ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วน และส่อให้เห็นถึงการตั้งโครงการเข้ามายัดไส้

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ว่า วันที่ 9 ก.ค. 69 จะเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีการยื่นคำร้องไปในส่วนของ 200,000 ล้านบาท ที่เป็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างด้านพลังงาน ให้พิจารณาว่าเป็นไปโดยถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

โดยฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นแบ่งออกได้เป็น 2 ฉากทัศน์ใหญ่ คือ

1. พ.ร.ก. กู้เงินฯ ผ่านทั้งฉบับ

2. พ.ร.ก. กู้เงินฯ ไม่ผ่าน แบ่งออกได้เป็น

2.1. ไม่ผ่านทั้งฉบับ หรือมีโอกาสที่ พ.ร.ก. กู้เงินฯ จะตกทั้งฉบับ ซึ่งก็จะนำไปสู่ความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้น เนื่องจาก 200,000 ล้านบาทแรกได้มีการเบิกจ่ายไปเรียบร้อยแล้วกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส และการเติมเงินเข้ากองทุนประชารัฐ ซึ่งจะสร้างความยุ่งยากให้กับรัฐบาลในการหาแหล่งเงินใหม่เข้ามาทดแทน

2.2. พ.ร.ก. กู้เงินฯ อาจจะไม่ผ่านเฉพาะในส่วนของ 200,000 ล้านบาทหลัง อาจจะมีความยุ่งยากน้อยกว่าและรัฐบาลอาจออก พ.ร.ก. ฉบับใหม่ขึ้นมาทดแทน แต่รัฐบาลก็ต้องแสดงความรับผิดชอบเช่นเดียวกัน ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาว่า พ.ร.ก. มีปัญหา รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบให้ได้สัดส่วนกับปัญหาที่รัฐบาลสร้างขึ้น เพราะ 200,000 ล้านบาทหลังนอกจากจะเป็นโครงการที่ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่ได้กระทบกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจแล้ว ยังส่อให้เห็นถึงการตั้งโครงการเข้ามายัดไส้ แล้วก็ใช้วิกฤตของประชาชนบังหน้า พ่วงไปกับความช่วยเหลือเยียวยาที่ประชาชนจะได้รับจาก 200,000 ล้านบาทแรก

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคปชน. กล่าวว่า ในฐานะที่อยู่ในกลไกกรรมาธิการวิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ ซึ่งเป็นกลไกเดียวที่รัฐสภาตั้งขึ้นมา เมื่อได้ทำงานติดตามในรายละเอียดและพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ยิ่งพบความน่ากังวลเป็นพิเศษมากกว่าเดิม เพราะการใช้เงินก้อน 200,000 ล้านบาทหลังสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน กลับไม่มีการตั้งเงื่อนไขหรือโรดแมปว่าจะเปลี่ยนผ่านพลังงานประเทศด้วยเป้าหมายอะไร เช่น จะลดการใช้พลังงานฟอสซิลเท่าไหร่ในระยะเวลาเท่าไหร่ โครงการใหญ่ควรจะเป็นอย่างไร ไม่มีการตั้งเงื่อนไขปริมาณและมูลค่าขั้นต่ำด้วยซ้ำ

ดังนั้น ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดโครงการเบี้ยหัวแตกสอดไส้เข้ามา โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะนำพาประเทศไทยไปสู่ทิศทางไหน รวมถึงอีกเงื่อนไขสำคัญคือเมื่อออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงินฯ ก็ทำให้ต้องรีบใช้เงิน 200,000 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขผูกมัดว่าต้องรีบใช้ให้หมดภายในเดือนธ.ค. 70 เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่ จึงเป็นความน่ากังวลว่าจะเกิดการเข้ามาแย่งชิงในการใช้จ่ายเงิน โครงการนี้จะเกิดประสิทธิภาพในการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้จริงแค่ไหน และนี่เป็นเงินกู้ที่จะทำให้ประเทศไทยติดเพดาน เสี่ยงที่เงินจะหมด และไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงพลังงานอย่างที่ตั้งใจ

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ