กทม. ผนึกภาคเอกชนเปิดสถานีชาร์จ EV หนุนกรุงเทพฯ สู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050

ข่าวทั่วไป Wednesday July 8, 2026 17:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานครเป็นประธานร่วมในพิธีเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) โดยมี ผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ผู้บริหารจากกลุ่มบริษัท ทีพีเอ็ม บริษัท Zeekr ประเทศไทย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมงาน

สำหรับสถานี ZEEKR Power TPM 960 Ultra Fast Charging ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกบุคคโล ถนนเจริญนคร เป็นสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ากำลังสูง 960 กิโลวัตต์ (kW) โดยบริษัทระบุว่าเป็นสถานีชาร์จที่มีกำลังสูงที่สุดในประเทศไทย พร้อมจัดสาธิตการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR 7X เพื่อแสดงประสิทธิภาพการชาร์จแบบ Ultra Fast Charging ให้ผู้ร่วมงานได้รับชม

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัท ทีพีเอ็ม ออโตโมทีฟ มีโชว์รูมรถยนต์ไฟฟ้า 2 แห่ง ได้แก่ สาขาเจริญนคร ซึ่งจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ ZEEKR และสาขากาญจนาภิเษก พร้อมมีแผนขยายธุรกิจเพิ่มอีก 3 แห่งภายในปี 2569 เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในประเทศไทย

พญ.เลิศลักษณ์ กล่าวว่า การเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้าในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมือง ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้ดำเนินการตามแผนแม่บทด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันได้จัดทำแผนปฏิบัติการสำคัญ ได้แก่ แผนปฏิบัติการด้านพลังงาน (Bangkok Energy Action Plan) และแผนปฏิบัติการด้านการจัดการของเสีย (Waste and Wastewater Action Plan) เพื่อผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ตั้งเป้าหมายเป็นเมืองที่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมุ่งสู่การเป็น Bangkok Net Zero ภายในปี 2050 โดยมีเป้าหมายระยะกลางในปี 2030 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 49% หรือประมาณ 10.15 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ผ่านการดำเนินงานใน 4 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ การใช้พลังงาน การคมนาคมขนส่ง การจัดการขยะและน้ำเสีย และการพัฒนาเมืองสีเขียว

พญ. เลิศลักษณ์ กล่าวว่า ภาคการคมนาคมเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีศักยภาพสูงในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยสามารถลดการปล่อยได้ถึง 39% ของเป้าหมายทั้งหมด การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นกลไกสำคัญในการลดมลพิษทางอากาศ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ปัจจุบัน กทม. ได้ขับเคลื่อนการใช้ระบบขนส่งพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้บริการรถโดยสารไฟฟ้า BMA Feeder เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในหลายเส้นทาง การให้บริการเรือโดยสารไฟฟ้าในคลองแสนแสบ ตลอดจนทยอยปรับเปลี่ยนยานพาหนะของหน่วยงาน กทม.ให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นต้นแบบขององค์กรภาครัฐด้านการลดการปล่อยคาร์บอน

กรุงเทพมหานคร พร้อมสนับสนุนความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบคมนาคมที่สะอาด ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการก้าวสู่เป้าหมาย Bangkok Net Zero ในปี 2050 พญ.เลิศลักษณ์ กล่าว

โดย รัชดา คงขุนเทียน/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ